ทัวร์นอร์เวย์ MIDNIGHT SUN 14 DAY



รายละเอียดโปรแกรมทัวร์-ทัวร์นอร์เวย์ MIDNIGHT SUN 14 DAY

รหัสทัวร์ : EXCLUSIVE MIDNIGHT SUN 14 DAY (TG)
ระยะเวลา 14 วัน 11 คืน
สายการบิน :

กำหนดการเดินทาง

รอบที่ วันเดินทาง ราคา
1 6 ก.ค. 62 - 19 ก.ค. 62 199,900 บาท

สถานที่สำคัญ

  • 1
    ชม MIDNIGHT SUN ที่แหลมนอร์ธเคป พร้อมลิ้มรส Sparkling wine แกล้มด้วยไข่ปลาคาร์เวีย
  • 2
    สัมผัสความสวยงาม หมู่เกาะลอฟโฟเทน (LOFOTEN ISLANDS)
  • 3
    หมู่บ้าน Å เป็นหมู่บ้านที่ได้ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดบนหมู่เกาะ LOFOTEN
  • 4
    ชม Briksdalsbreen Glacier ธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป
  • 5
    ชม Trollstigen เป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่สุด
  • 6
    THE ATLANTIC OCEAN ROAD ได้รับการยกย่องให้เป็น THE BEST ROAD TRIP IN THE WORLD
  • 7
    ล่องเรือชมความงดงามของ GEIRANGER FJORD
  • 8
    นั่งเคเบิ้ลคาร์สู่ยอดเขาสโตรสไตเนิน (STORSTEINEN MOUNTAIN)
  • 9
    เข้าชม สวนสัตว์ Polar Park สวนสัตว์ที่อยู่เหนือสุดของโลก
  • 10
    เมืองนาร์วิค (NARVIK) เมืองที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จประพาสอีกด้วย
  • 11
    ชม พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านชาวประมง สัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวประมงที่อาศัยอยู่บนหมู่เกาะลอฟโฟเทน
  • 12
    ชม สวนสาธารณะวิกเกอร์แลนด์ เป็นสถานที่จัดแสดงผลงานศิลปะประติมากรรม เกี่ยวกับวัฎจักรชีวิตมนุษย์
  • 13
    ช้อปปิ้งกรุงออสโล เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์

HappyLongWay
ขอนำเสนอโปรแกรมทัวร์นอร์เวย์
Midnight Sun
Norway – North Cape – Lofoten Island 14 วัน 11 คืน
โดยสายการบินไทย (TG)

DAY1

สนามบินสุวรรณภูมิ - กรุงเทพฯ

  • 20.30 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูทางหมายเลข 3 เคาน์เตอร์ D สายการบินไทย
DAY2

ออสโล - ชมเมือง - ลิลลิแฮมเมอร์

  • 00.20 น. ออกเดินทางบินตรงสู่สนามบินออสโล ประเทศนอร์เวย์ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 954
  • 06.50 น.  เดินทางถึง สนามบินออสโล ประเทศนอร์เวย์
  • นำท่านเที่ยวชมเมืองออสโล เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลกสำหรับชาวต่างชาติ
  • นำท่านชม สวนสาธารณะวิกเกอร์แลนด์ (Vigeland Sculpture Park) เป็นสถานที่จัดแสดงผลงานศิลปะประติมากรรม การแกะสลักรูปเหมือนจากหินแกรนิต และการหล่อรูปคนด้วยสำริด ในเรื่องราวเกี่ยวกับวัฎจักรชีวิตมนุษย์ ผลงานของ ‘กุสตาฟ วิคเกอร์แลนด์ ‘ ปฏิมากรชื่อดัง โดยได้รับอนุญาตให้นำผลงานมาจัดแสดงอย่างถาวรในอุทยานฟรอกเนอร์ บาวท่านอาจเคยเห็นรูปของเสาโมโนลิท ที่เป็นรูปคนจำนวนมากมายปีนป่ายกันอยู่บนเสา ที่ใช้เวลาสร้างรวม 22 ปี กลางสวนที่สูงถึง 17 เมตร ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เชิญชมผลงานน้ำพุวงจรชีวิตที่มีความหมายสอนใจ โดยผลงานชิ้นเอกสูงถึง5.5ฟุต ชื่อ Monolitten และรูปหล่อสำริด ชื่อ Angry Littleboy อันถือว่าสัญลักษณ์ของกรุงออสโล

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

  • นำท่านเดินทางสู่ เมืองลิลลิแฮมเมอร์ (LILLEHAMMER)ดินแดนอันท้าทายของนักสกี Cross Country Ski ฯท่านชม Maihaugen Museum พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดของนอร์เวย์ สถานที่รวบรวมบ้านเรือนโบราณเกือบ 200 หลัง เครื่องมือเครื่องใช้จากยุคกลาง วิถีชีวิตของชาวนอร์ท เราสามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของชาวนอร์เวย์ได้จากที่นี่เพียงที่เดียว จากความหลงใหลของชายธรรมดาคนหนึ่งที่เริ่มเก็บสะสมสิ่งล้ำค่าในอดีต จนกลายเป็นมรดกแห่งกาลเวลาสู่อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษา และอิ่มเอมกับช่วงเวลาอันรุ่งเรืองของชาติพรรณของตนเอง

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมืองของโรงแรมที่พัก

 SCANDIC HOTEL LILLEHAMMER หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน  ระดับ 4 ดาว

DAY3

ลิลลิแฮมเมอร์ – ชาค – ธารน้ำแข็งบริกเดล - โลเอน - ไกแรงเกอร์ฟยอร์ด

 รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก

  • นำท่านออกเดินทางสู่ธารน้ำแข็งบริกสดาล (Briksdalsbreen Glacier) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ทุ่งน้ำแข็งยอสเทอดาล (Jostedal glacier ice field) ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป เมื่อหมื่นกว่าปีก่อน บริเวณที่เป็นประเทศนอร์เวย์ปัจจุบันถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งเป็นบริเวณกว้าง แต่เมื่อผ่านพ้นยุคน้ำแข็งและอุณหภูมิโลกสูงขึ้น ทำให้น้ำแข็งที่จับตัวทับถมกันหนาเริ่มละลาย ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา สภาพแวดล้อม รวมถึงกำเนิดชีวิตต่างๆ ขึ้นมาใหม่มากมาย แต่ธารน้ำแข็งแห่งยอสเทอดาลยังคงอยู่และกลายเป็นแหล่งสำคัญที่นักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลกได้ใช้ศึกษาทั้งด้านธรณีวิทยาและประวัติศาสตร์ตลอดช่วงศตวรรษที่ผ่านมา ให้ท่านเพลินเพลินชมความสวยงามระหว่าง 2 ข้างทาง จนกระทั่งถึงเมืองชาค (Skjak)

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำท่านเดินทางต่อสู่ ธารน้ำแข็งบริกสดาล
  • นำท่าน เปลี่ยนบรรยากาศในการนั่งรถขับเคลื่อน 4 ล้อขนาดเล็กขึ้นสู่ ยอดเขาที่เป็นที่ตั้งของธารน้ำแข็งที่มีชื่อเสียงของนอร์เวย์ ธารน้ำแข็งบริกเดล (BRIKSDALSBRE) ธารน้ำแข็งเกิดจากการที่หิมะตกลงมาแล้วสะสมกันมานานจนมีความหนา 45-60 เมตร แล้วมีการเคลื่อนตัวลงมาอย่างช้าๆ ทำให้เกิดการสึกกร่อนลึกลงไป เพราะความหนักของหิมะที่สะสมกันจนเป็นน้ำแข็ง ธารน้ำแข็งที่เคลื่อนตัวไปในหุบเขาก็จะค่อยๆแตกออกแล้วละลายกลายเป็นลำธาร ธารน้ำแข็งที่ถูกตัดขาด และแตกออกไหลลงทะเลเรียกว่า ภูเขาน้ำแข็งสีของธารน้ำแข็งมักจะมีสีเขียวแกมม่วงหรือแกมน้ำเงิน ให้ท่านเพลิดเพลินกับความงามตามอัธยาศัย
  • นำท่านเดินทางผ่าน เมืองโลเอน (LOEN) เมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่ริมฟยอร์ดอันงดงาม
  • เดินทางสู่ท่าเรือเฮลเลสซิลท์ (Hellesylt)
  • นำท่าน สัมผัสประสบการณ์ล่องเรือชมความงดงามของไกแรงเกอร์ ฟยอร์ด (GEIRANGER FJORD) ที่ชาวนอร์เวย์ให้การยกย่องว่าเป็นฟยอร์ดที่งดงามที่สุดของประเทศ จากคำบอกเล่าของนักท่องเที่ยว ที่มาเยือน และกล่าวถึงความงดงามของฟยอร์ด แห่งนี้ไว้กับมรดกโลก ทางธรรมชาติแห่งนี้ ระหว่างล่องเรือท่านจะได้ผ่านชมน้ำตกสูงทั้ง 7 ชั้นแห่ง SEVEN SISTERS FALLS หนึ่งในเอกลักษณ์ของไกแรงเกอร์ฟยอร์ด ตลอดเส้นทางท่านจะได้ชื่นชมกับแหล่งฟยอร์ดที่มีธรรมชาติของขุนเขาที่งดงาม สงบเงียบ ทั้งน้ำตกอันหลากหลายที่ กระเซ็นละอองน้ำจากเขาสูงใหญ่สู่เบื้องล่าง ตลอดจนแหล่งกลาเซียร์ที่สะท้อนแสงอันแวววาวตระการตาตัดกับทะเลสาบสีฟ้าอ่อนและต้นสนอันเป็นภาพที่งดงามเหนือคำบรรยาย ไกแรงเกอร์ฟยอร์ด (GEIRANGER) เปรียบเสมือนอัญมณีเม็ดงามที่ประดับไว้ในมงกุฎของฟยอร์ดแห่งนอร์เวย์เป็นอ่าวแคบๆที่ล้อมรอบไปด้วยเทือกเขาที่มีหิมะปกคลุม แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ อาทิ น้ำตก ป่าอันสวยงามปกคลุมไปด้วยพืชสีเขียวตัดกับสีน้ำเงินทะเลอันเป็นภาพแบบพาโนรามาที่สวยที่สุดในนอร์เวย์

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมืองของโรงแรมที่พัก
 UNION HOTEL หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน  ระดับ 4 ดาว

DAY4

ไกแรงเกอร์ - จุดชมวิวโทรลล์ทิเกน – อาดาเนส – ATLANTIC OCEAN ROAD - คริสเตียนซุนด์

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก 

  • นําท่านเดินทางสู่จุดชมวิวโทรลล์ทิเกน หรือหุบผาแห่งโทรลล์ (Trollstigen) เป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่สุด จุดหนึ่งของประเทศนอร์เวย์ เส้นทางจะพับไปพับมาสุดยอดแห่งการ เดินทางโดยรถยนต์ ถือเป็นความสามารถของชาวนอร์เวย์อย่างแท้จริง
  • นำท่านเดินทางต่อสู่เมืองอาดาลเนส (ANDALSNES) เมืองริมฝั่งฟยอร์ด ผ่านหุบเขา แม่น้ำ และสะพานที่สำคัญ เช่น สะพาน ไคล์ลิ่ง สะพานข้ามแม่น้ำ RAUMA ที่ถูกบันทึกภาพมากที่สุดใน นอร์เวย์ ผ่าน TROLLWALL หน้าผาที่มีความสูงชันที่สุดในยุโรป (1,700 เมตร) ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ใฝ่ฝันของนักปีนเขาจากทั่วโลก

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำท่านเดินทางสู่เววอง (VEVANG) จุดเริ่มของเส้นทางสายแอตแลนติค (THE ATLANTIC OCEAN ROAD) เป็นเส้นทางเลียบชายฝั่งที่สวยงาม มีความยาวประมาณ 8.3 กิโลเมตร และได้รับการยกย่องจากนิตยสาร THE GUARDIAN ของอังกฤษให้เป็น THE BEST ROAD TRIP IN THE WORLD โดยถนนเส้นนี้ประกอบไปด้วยสะพาน 8 แห่งที่เชื่อมเกาะแก่งต่างๆ เป็นช่วงที่น่าอัศจรรย์ใจอย่างยิ่ง อีกทั้งยังได้เพลิดเพลินไปกับความงดงามของน้ำทะเลสีฟ้าสดใส อันเป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่แปลกใหม่และน่าประทับใจอย่างยิ่งจนกระทั่งถึงเมืองคาร์วัก (Karvag)
  • นำท่านออกเดินทางสู่เมืองคริสเตียนซุนด์ (KRISTIANSUND) เมืองท่าแห่งการท่องเที่ยวที่ตั้งชายฝั่งตะวันตกของประเทศนอร์เวย์ เป็นอีกเมืองที่มีความโดดเด่นในเรื่องของสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ รวมไปถึงชายฝั่งอ่าวธรรมชาติอันงดงามโดยย่านสำคัญๆต่างๆของเมืองคริสเตียนซุนด์นั้นตั้งอยู่บนเกาะหลักๆ จำนวน 4 เกาะที่ถูกเชื่อมต่อเข้าหากันด้วยถนน สะพาน รวมไปถึงการใช้เรือสัญจร อีกทั้งยังถือว่าเป็นเมือง ที่เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมที่สำคัญของภูมิภาคอีกด้วย ย่านเมืองเก่าของเมืองคริสเตียนซุนด์ ที่เรียกกันว่า INNLANDET ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมชายฝั่งทะเล ชื่นชมในความงดงามของอาคาร โบราณที่มีสถาปัตยกรรมที่ไม่ซ้ำกัน
  • นำท่านถ่ายรูปกับ คริสเตียนซุนด์ โอเปร่าเฮาส์ ได้รับการยอมรับว่าเป็นโอเปร่าเฮาส์ที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศนอร์เวย์ โดยมีการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี 1914 ตัวอาคารถูกสร้างขึ้นในสไตล์ อาร์ตนูโว อาคารเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในใจกลางเมือง และเป็นหนึ่งในอาคารไม่กี่แห่งที่รอดเหตุระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จากนั้นชมย่านเมืองเก่าของเมืองคริสเตียนซุนด์ ที่เรียกกันว่า INNLANDET ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมชายฝั่งทะเล ชื่นชมในความงดงามของอาคาร โบราณที่มีสถาปัตยกรรมที่ไม่ซ้ำกัน

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน

THON HOTEL KIRSTIANSUND หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน  ระดับ 4 ดาว

DAY5

คริสเตียนซุนด์ – ทรอนด์เฮม - โบโด

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก 

  • นำท่านเดินทางสู่ เมืองทรอนด์เฮม (TRONDHEIM) เมืองใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศที่มีความเก่าแก่ และมีความสำคัญทางด้านมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศ เป็นศูนย์กลางทางการศึกษา วิจัยทางเทคโนโลยีและการแพทย์ของนอร์เวย์

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำท่านชมสะพานไม้เก่าแก่ GAMLE BYBRO อีกหนึ่งสะพานประวัติศาสตร์ ที่สร้างขึ้นในปี 1681 เป็นสะพานที่มีความโดดเด่นในเรื่องของงานแกะสลักซุ้มประตูสีแดง แต่หากมองผิวเผิน ก็มันดูคล้ายๆกับสะพานจีนอีกด้วย ในปัจจุบันประตูแห่งนี้เรียกว่า ประตูแห่งฟอร์จูน
  • ผ่านชม หมู่บ้านชาวประมง หลากสีสันที่ตั้งเรียงรายไปตามแม่น้ำ Nidelva โดยหมู่บ้านเหล่านี้ล้วนมีความเก่าแก่มาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 18 อีกทั้งยังเป็นจุดที่ถือว่าสวยที่สุดของเมืองก็ว่าได้
  • นำท่านถ่ายรูปกับ มหาวิหารนิดารูส  (NIDAROS CATHEDRAL) คริสตจักรที่ใหญ่ที่สุดในภาค เหนือของยุโรป ถูกสร้างขึ้นในสถาปัตยกรรมแบบโกธิค  มหาวิหารนิดารูส ถูกสร้างขึ้นในปี 1070 และแล้วเสร็จอย่างเป็นทางการในปี 2001 นอกจากนี้แล้วในอดีต มหาวิหารนิดาโรส ยังเป็นอีกจุดหมายปลายทางที่สำคัญของเหล่านัก แสวงบุญที่เดินทางมาจากทั่วภาคเหนือของยุโรปอีกด้วย
  • 14.30 น. นำท่านออกเดินทางสู่สนามบินทรอนด์เฮม
  •  16.25 น. ออกเดินทางสู่เมืองโบโด โดยสายการบินสแกนดิเนเวียน แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ SK4414
  • 17.20 น. เดินทางถึงสนามบินโบโด นำท่านตรวจรับสัมภาระ
  • เมืองโบโด (Bodo) เป็นเมืองที่มีความสำคัญทางด้านการท่องเที่ยว อีกทั้งยังเป็นเมืองอยู่ทางตอนเหนือของอาร์กติกเซอร์เคิล มีขนาดใหญ่ที่สุดในเขตนอร์ดแลนด์ (Nordland)

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมืองของโรงแรมที่พัก

SCANDIC HAVNET HOTEL BODØ หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน  ระดับ 4 ดาว

DAY6

โบโด - โลโฟเทน – Å – เรนเน่ - แฮมนอยด์

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก 

  • นำท่านชม มหาวิหารประจำเมืองโบโด (Bodo Cathedral หรือ Bodo Domkirke) ซึ่งปัจจุบันได้เป็นอีก หนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองโบโด  มหาวิหารประจำเมืองโบโด ถูกสร้างขึ้นในช่วง ปี 1956 เป็นมหาวิหารที่ค่อนข้างมีความทันสมัย และมีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองโบโด โดยสิ่งที่โดดเด่นมากที่สุดก็คงจะเป็นหอระฆังที่มีความสูงถึง 36 เมตร และการประดับประดาหน้าต่างที่สวยงาม
  • นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือโบโด
  • 11.00 น.   นำท่านออกเดินทางสู่เกาะโลโฟเทน โดยเรือ เฟอร์รี่

 รับประทานอาหารกลางวันบนเรือ

  • 14.15 น. เดินทางถึงท่าเรือมอสเคเนส เกาะโลโฟเทน
  • นำท่านชม หมู่บ้าน Å  เป็นหมู่บ้านที่ได้ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดบนหมู่เกาะ LOFOTEN อันเป็นจุดสิ้นสุดของถนนสายหลัก E10 ซึ่งถือว่าเป็นหมู่บ้านที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยว
  • นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านชาวประมง (NORWEGIAN FISHING VILLAGE  MUSEUM) ซึ่งท่านจะได้สัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวประมงที่อาศัยอยู่บนหมู่เกาะลอฟโฟเทน ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 250 ปี ในหมู่บ้านแห่งนี้ยังมีสถานที่ต่างๆให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม อาทิโรงงานผลิตน้ำมันตับปลาคอด (COD LIVER OIL FACTORY), ร้านขายเบเกอรี่ และร้านขายของที่ระลึกต่างๆ

(หมายเหตุ : ร้านค้าและโรงงานต่างๆ อาจปิดทำการเนื่องจากวันหยุด เทศกาลโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า)

  • ให้ท่านได้เดินเล่นชมหมู่บ้าน และเก็บภาพความประทับใจตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร
  • นำท่านเดินทางไปยัง เมืองเรนเน่ (REINE) ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะ ระหว่างสองข้างทางท่านจะได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติอันสวยงามแปลกตา ไปตามถนนสาย E10 ซึ่งเป็นถนนเส้นหลักสายเดียวของหมู่เกาะลอฟโฟเทน นำท่านเดินทางผ่านถนนเส้นเล็กๆเชื่อมต่อระหว่างเกาะเล็กเกาะน้อย ข้ามสะพานต่างๆ จนกระทั่งเดินทางถึง เมือง REINE ให้ท่านได้เดินเล่นชมเมือง และถ่ายรูปเก็บภาพความประทับใจ
  • นำท่านเที่ยวชมหมู่บ้านแฮมนอยด์ (Hamnoy) หมู่บ้านชาวประมงที่ปรากฏอยู่ในโปสการ์ดโลโฟเตน ที่นักท่องเที่ยวสามารถพบเห็นได้บ่อยตามร้านขายของที่ระลึกต่างๆ ภาพหมู่บ้านชาวประมงหลากสี พร้อมวิวของเทือกเขาสูงเป็นฉากหลังนับเป็นอีกหนึ่งทัศนียภาพที่สวยงามยิ่ง อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความสวยงามของหมู่บ้านแฮมนอยด์ตามอัธยาศัย

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

 ELIASSEN RORBUER HOTEL หรือระดับเทียบเท่า

หมายเหตุ : โรงแรมที่พัก หลายแห่งเป็นโรงแรมในลักษณะบ้านพักตากอากาศ แบบหมู่บ้านชาวประมง ดังนั้นในบ้าน 1 หลังจะมี 2 ห้องนอนและใช้ห้องน้ำเดียวกัน

DAY7

แฮมนอยด์ - นัสฟยอร์ด – EGGUM - เลกเนส - เฮนนิ่งสวาร์ - สโววาร์

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก 

  • นำท่านเดินทางสู่ นัสฟยอร์ด (Nusfjord) อีกหนึ่ง เมืองเล็กๆน่ารักๆแห่งหมู่เกาะลอฟโฟเทน ให้ท่านได้สัมผัสกับทัศนียภาพอันแปลกตา ภูเขาสลับแม่น้ำ และทะเลสาบที่ สะท้อนภาพเทือกเขาบนผืนน้ำ
  • นำท่านเที่ยวชม หมู่บ้านชาวประมงนัสฟยอร์ด (Nusfjord Fisherman Village) ที่ได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านชาวประมงที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดียิ่งอีกแห่งของ นอร์เวย์ หมู่บ้านแห่งนี้มีการรังสรรค์หมู่บ้านหลากสีสัน ทั้งแดง เหลือง เขียว และยังคงอนุรักษ์บ้านเมืองเก่าไว้ อย่างดียิ่ง อิสระให้ท่านได้เก็บภาพตามอัธยาศัย หรือจะนั่งเล่น จิบกาแฟ ชื่นชมกับธรรมชาติของเมืองนี้ นอกจากนี้ เมืองนัสฟยอร์ดยังได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก ให้เป็นเมืองมรดกโลกอีกด้วย
  • นำท่านเดินทางสู่ EGGUM
  • นำท่านชมป้อมปราการขนาดใหญ่และซากปรักหักพังตั้งแต่สมัยสงครามโลก ไม่เพียงแต่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ในอดีต แต่บริเวณนี้ยังมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม หากขึ้นไปยังป้อมปราการเก่าจะสามารถมองเห็นวิวทะเลตัดกับท้องฟ้าและภูเขาขนาดใหญ่ที่ตั้งเรียงรายสูงต่ำสลับกัน อิสระท่านเดินเล่น เก็บภาพบรรยากาศตามอัธยาศัย
  • นำท่านเดินทางสู่ เมืองเลกเนส (LEKNES) อีกหนึ่งเมืองสวยอันขึ้นชื่อของหมู่เกาะ LOFOTEN นำท่านเดินเล่นชมเมือง และเก็บภาพความประทับใจ

รับประทานอาหารกลางวัน ณ  ภัตตาคารอาหารไทย

  • นำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์ไวกิ้ง (LOFOTR VIKING MUSEUM) เนื่องจากบริเวณหมู่เกาะลอฟโฟเทน มีการค้นพบว่าเป็นที่ตั้งของชุมชนชาวไวกิ้งในอดีต บนเกาะจึงมีพิพิธภัณฑ์ไวกิ้งที่แสดงเรื่องราวและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของชาวไวกิ้งไว้มากมาย ซึ่งรูปแบบพิพิธภัณฑ์ถูกออกแบบโดยใช้โครงเรือไวกิ้งโบราณและภายในได้จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้และเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวไวกิ้ง ให้ ท่านชมพิพิธภัณฑ์ไวกิ้ง และพายเรือไวกิ้งโบราณ ซึ่งเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่พลาดไม่ได้ เมื่อไปเยือนพิพิธภัณฑ์ไวกิ้งแห่งนี้
  • นำท่านเดินทางสู่ เมืองเฮนนิ่งสวาร์  (HENNINGSVAER) เป็นเมืองท่าและหมู่บ้านชาวประมงที่ปัจจุบันชาวบ้านยังคงประมงกันอยากคึกคัก เป็นอีกเมืองยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวต่างพากัน  มาแวะเวียน ซึ่งจุดเด่นของเมืองนี้คือบ้านชาวประมงสีแดง (RORBUER) ตั้งอยู่ริมทะเล มีอ่าวจอดเรือประมงเรียงรายอยู่มากมาย เป็นภาพที่สวยงามตัดกับวิวภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะในช่วงฤดูหนาว ถือเป็นภาพที่สวยงามไม่น้อย ให้ท่านได้เดินเล่นและเก็บภาพความประทับใจตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร
  • นำท่านเดินทางสู่ เมืองสโววาร์ (SVOLVAER) หมู่เกาะลอฟโฟเทน (LOFOTEN ISLANDS) ตั้งอยู่ที่เมือง NORDLAND ประเทศนอร์เวย์ เป็นหมู่บ้านของชาวประมงที่ผู้คนส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพาการหาปลาในช่วงฤดูหนาว และทำปลาตากแห้งส่งออกที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก เอกลักษณ์ที่สำคัญของหมู่เกาะแห่งนี้ก็คือ กระท่อมสีแดงแบบดั้งเดิม (RORBUER) ของชาวประมงที่กลายเป็นสีสันริมชายฝั่ง ที่ไม่ว่าใครได้มาเยือนก็ต้องถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก เป็นหนึ่งในสถานที่สำหรับการดูแสงเหนือที่โรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของนอร์เวย์ เนื่องจากความมหัศจรรย์  ทางธรรมชาติที่ถูกเสกสร้างมาอย่างพิถีพิถัน มีผืนน้ำสีฟ้าคราม ท้องฟ้าสีใส ภูเขาสูงตระหง่าน แทรกแซมด้วยบ้านชาวประมงทรงสวยแปลกตา นับว่าเป็นเมืองสวยท่ามกลางธรรมชาติที่ดูคล้ายเมืองในจินตนาการมากกว่าความจริง

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน

THON HOTEL LOFOTEN หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

DAY8

สโววาร์ - ล่องเรือชมโทรลฟยอร์ด - นาร์วิค

 รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก                    

  • นำท่านล่องเรือชมความงดงามของโทรลฟยอร์ด (Trollfjord) ท่านจะได้ชมความงดงามและสัมผัสธรรมชาติที่รังสรรค์ขึ้น  โดยโตรกชันแห่งโทรลฟยอร์ดแห่งนี้ ยาวราว 2 กิโลเมตร โดยจะเริ่มบีบตัวแคบเข้า กลายเป็นหน้าผาสูงชัน ตั้งแต่ 600 – 1100 เมตร โดยมีส่วนกว้างของตัวฟยอร์ด แตกต่างกันไปตั้งแต่ 100 – 800 เมตร ก่อให้เกิดภูมิทัศน์มหัศจรรย์น่าตื่นตาตื่นใจ ตลอดการล่องเรืออยู่ในฟยอร์ดแห่งนี้ โดยเฉพาะเมื่อเรือวิ่งผ่านส่วนที่แคบที่สุดของฟยอร์ด ที่กว้างเพียง 100 เมตร ท่านจะได้สัมผัสกับโตรกผาสูงชันของฟยอร์ดแบบใกล้ชิด จนไม่อยากเชื่อว่าเรือจะสามารถผ่านเข้ามาได้ ระหว่างทางให้ท่านได้ชมภูเขาหิมะสูงชันตลอดสองข้างของโตรกธารฟยอร์ดตั้งแต่ ยอดเขาฮิกราฟทินเดอร์ Higravtinder (3,908 ฟุต) และ ยอดโทรลทินเดอร์ Trolltinder (3,429 ฟุต) ที่พุ่งตระหง่านจาก เทือกเขา โทรลฟยอร์ดวัทน์ Trollfjordvatn ที่ยาวกว่า 2 กิโลเมตร ผ่านน้ำตกที่เกิดจากหิมะไหลละลายลงมาตามหน้าผาชันดูงดงาม

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำท่านเดินทางสู่ เมืองนาร์วิค (NARVIK) เมืองทางตอนเหนือของประเทศนอร์เวย์ที่แวดล้อมด้วยภูเขาและทะเลอันกว้างใหญ่ มีชื่อเสียงในเรื่องของพื้นที่การเล่นสกีที่มีความเป็นเอกลักษณ์ โดยสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างมากในช่วงฤดูหนาว อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในการดูแสงเหนือ พร้อมกับแนวชายฝั่งฟยอร์ดและวิวภูเขาที่รายล้อมเมืองอย่างสวยงาม อีกทั้งยังเป็นเมืองที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จประพาสอีกด้วย

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน

 QUALITY HOTEL GRAND ROYAL หรือระดับเทียบเท่า  4 ดาว

DAY9

นาร์วิค - บาร์ดู – POLAR PARK -ทรอมโว่ - ยอดเขาสโตนสไตเนิน

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก 

  • นำท่านออกเดินทางสู่เมืองบาร์ดู (Bardu)  ซึ่งเป็นที่ตั้งของสวนสัตว์ที่อยู่เหนือที่สุดของโลก
  • นำท่านออกเดินทางสู่สวนสัตว์ Polar Park สวนสัตว์ที่อยู่เหนือสุดของโลก และยังเป็นศูนย์อนุรักษ์พันธุ์สัตว์ในแถบขั้วโลก และถือว่าเป็นบ้านขนาดใหญ่ของสัตว์สายพันธุ์นักล่า อาทิ หมี, หมาป่า, แมวป่า Lynx, และรวมไปถึงสัตว์อื่นๆ อีกหลากสายพันธุ์ อาทิ พวกกวางมูซ, กวางเรนเดียร์, วัวมัสก์อ็อกซ์ อีกด้วย

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำท่านเดินทางสู่เมืองทรอมโซ (TROMSO) เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นประตูสู่ดินแดนอาร์กติก โดยมันเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดทางตอนเหนือของนอร์เวย์ ถือว่าเป็นอีกเมืองที่นักท่องเที่ยวนิยมมาชมความงดงามของปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สำคัญทั้ง แสงเหนือ และพระอาทิตย์เที่ยงคืนในดินแดนแถบนี้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในพื้นที่ยอดนิยมของบรรดานักท่องเที่ยวอย่างมากเลยทีเดียว
  • นำท่านนั่งเคเบิ้ลคาร์สู่ยอดเขาสโตรสไตเนิน (STORSTEINEN MOUNTAIN) เป็นยอดเขาสูงที่มีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเมืองทรอมโซและบริเวณใกล้เคียงที่มีลักษณะเป็นเกาะใหญ่แยกจากกันโดยมีร่องน้ำซึ่งเกิดจากการกัดเซาะตั้งแต่ยุคน้ำแข็ง กลายเป็นฟยอร์ดอยู่โดยรอบ อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความประทับใจของเมืองทรอมโซจากมุมสูง

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

 CLARION HOTEL THE EDGE หรือระดับเทียบเท่า  4 ดาว

DAY10

ทรอมโซ - อัลตา

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก 

  • นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์ขั้วโลก (Polar Museum) อีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ที่อยู่ในอาคารไม้สีแดง มีลักษณะคล้ายๆกับโกดังเก็บของ ตั้งอยู่บนท่าเทียบเรือ เป็นอีกหนึ่งอาคารแห่งประวัติศาสตร์ของประเทศนอร์เวย์ ซึ่งถูกสร้างขึ้นในช่วงปี 1830 ภายในมีการจัดแสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของภูมิภาค การสำรวจขั้วโลก รวมไปถึงพื้นที่ในแถบอาร์กติก นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงเกี่ยวกับการล่าสัตว์ในเขตอาร์กติก ซึ่งได้แก่ ปลาวาฬ หมีขั้วโลก และสิงโตทะเล
  • นำท่านถ่ายรูปกับ มหาวิหารทรอมโซ (Tromso Cathedral) มหาวิหารไม้ที่ตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมือง ที่ได้รับการยอมรับว่ามีความเก่าแก่ที่สุด และยังเป็นหนึ่งในโบสถ์ไม้ที่ใหญ่ที่สุดของนอร์เวย์ โดยมหาวิหารถูกสร้างขึ้นในช่วงปี 1861 ในแบบสไตล์กอธิคที่มีความงดงามมากแห่งหนึ่ง จากนั้นเชิญท่านอิสระเดินเล่นตามอัธยาศัย

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ  ภัตตาคารอาหารจีน

  • 13.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินทรอมโซ
  • 15.00 น.  ออกเดินสู่เมืองอัลตา โดยสายการบิน WIDERØE เที่ยวบินที่ WF 924
  • 15.40 น. เดินทางถึงสนามบินอัลตา นำท่านตรวจรับสัมภาระ
  • นำท่านชมเมืองอัลตา (ALTA) เมืองใหญ่ที่สุดในฟินน์มาร์ก เป็นที่รู้จักกันในหมู่ชาวประมงว่ามีแหล่งน้ำที่มีปลาแซลมอนที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในโลก เป็นเมืองหน้าด่านของการมาสู่นอร์ธเคปป์ เพื่อไปดูพระอาทิตย์เที่ยงคืน สามารถชมสถานที่ต่างๆ ในเมืองนี้ นำท่านชมโบสถ์แห่งแสงเหนือ (NORTHERN LIGHTS CATHEDRAL) โบสถ์สไตล์โมเดิร์นที่มีแสงเหนือเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมืองของโรงแรมที่พัก

THON ALTA HOTEL หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

DAY11

อัลตา - คาฟยอร์ด - ฮอนนิ่งสแวก – ARTICO ICE BAR – นอร์ทเคป ชมพระอาทิตย์เที่ยงคืน + รับประกาศนียบัตร

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก 

  • นำท่านเดินทางสู่ คาฟยอร์ด (KAFJORD) เพื่อลอดอุโมงค์ใต้ทะเลที่มีความยาวถึง 6,780 เมตร เพื่อเดินทางต่อสู่ เมืองฮอนนิ่งสแวก (HONNINGSVAG) ซึ่งเป็นดินแดนที่อยู่เหนือสุดของโลก ดินแดนทางภาคเหนือของประเทศนอร์เวย์ เป็นแคว้นกว้างใหญ่ซึ่งเป็นบริเวณแห่งทะเลน้ำแข็ง (ARCTIC CIRCLE) และเป็นดินแดนแห่ง พระอาทิตย์เที่ยงคืน

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำท่านสัมผัสประสบการณ์ ความหนาวเย็นแห่งดินแดนขั้วโลกกับ ARTICO ICE BAR บาร์น้ำแข็งที่สร้างจากน้ำแข็งและหิมะให้ท่านได้ดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ กับบรรยากาศเย็นๆ (ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ – ฤดูร้อน แม้สภาพอากาศอากาศจะไม่ได้ปกคลุมด้วยหิมะ แต่ท่านจะได้ชมจากสภาพที่จำลองที่เหมือนจริง)

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมืองของโรงแรมที่พัก

SCANDIC HONNINGSVAG HOTEL หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

  • 22.30 น. นำท่านออกเดินทางสู่ที่ตั้งของ ศูนย์นิทรรศการนอร์ธเคป ซึ่งตั้งอยู่บนปลายแหลมนอร์ธเคป ชมภาพถ่ายเกี่ยวกับการประพาสของรัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ. 2450 ซึ่งพระองค์ได้จารึกพระปรมาภิไธยบนก้อนหินขนาดใหญ่ ที่ปัจจุบันได้จัดแสดงไว้ให้ชาวไทยได้มีความภาคภูมิใจในพระปรีชาสามารถภายในพิพิธภัณฑ์สยาม ที่จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ประเทศไทย รับฟังและชมเรื่องราวของปรากฏการณ์พระอาทิตย์เที่ยงคืนในห้อง Auditorium ก่อนที่จะไปชมปรากฏการณ์จริงด้านนอก ต่อจากนั้นเฉลิมฉลองการพิชิตแหลมนอร์ธเคปด้วย Sparkling wine แกล้มด้วยไข่ปลาคาร์เวียเลิศรส แล้วรับมอบประกาศนียบัตร สําหรับผู้มาเยือน
  • สมควรแก่เวลานําท่านเดินทางกลับสู่โรงแรมที่พัก
DAY12

ฮอนนิ่งสแวก - อัลตา - ออสโล

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก 

  • 08.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินเมืองอัลตา (ALTA) เมืองใหญ่ที่สุดในฟินน์มาร์ก

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • 14.45 น. ออกเดินทางสู่กรุงออสโล โดยสายการบินสแกนดิเนเวียน แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ SK4545
  • 16.40 น. เดินทางถึงสนามบินออสโล นำท่านตรวจรับสัมภาระ
  • นำท่านเที่ยวชมเมืองออสโล เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลกสำหรับชาวต่างชาติ
  • นำท่านชมท่าเรือ Aker Brygge เคยเป็นที่ตั้งของท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในนอร์เวย์ ปัจจุบันถูกปลุกให้ฟื้นกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง หลังมีการปรับปรุงเป็นย่านที่อยู่อาศัยที่ทันสมัย มีบ้านเรือน และร้านค้ามากมาย เป็นแหล่งรวมผับบาร์ ร้านอาหาร คาเฟ่ นอกจากนี้ยังมีทั้งผับ โรงหนัง โรงละครและห้างสรรพสินค้า เป็นแหล่งรวมความบันเทิงยอดนิยมของออสโล เชิญท่านเดินเล่นตามอัธยาศัย
  • นำท่านช้อปปิ้ง ณ ย่านถนนคนเดินคาร์ลโจฮันเกท (KARL JOHANGEN GATE) แหล่งช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของนอร์เวย์ เป็นแหล่งทั้งย่านช้อปปิ้งและแหล่งพบปะของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่มาเยือนนอร์เวย์ ตั้งอยู่กลางกรุงออสโล มีสินค้าทุกสิ่งอย่างให้ได้เลือกช้อป ของฝากของขวัญที่น่าซื้อก็คือ ผลิตภัณฑ์จากขนสัตว์ น้ำมันปลา เนยแข็งเทียนไข และของที่ระลึก เช่น เรือไวกิ้ง หรือตุ๊กตา Troll ตุ๊กตาพื้นบ้านของนอร์เวย์ เครื่องครัว พวงกุญแจ เป็นต้น สินค้าและ ของที่ระลึกต่างๆ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน กับเมนูลอปสเตอร์

THON HOTEL OPERA หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

DAY13

ออสโล - สนามบิน

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก 

  • ได้เวลาอันสมควรนำท่านออกเดินทางสู่สนามบินออสโล เพื่อทำการเช็คอินและทำ   TAX REFUND
  • 13.30 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพ โดยสายการบินไทย  เที่ยวบินที่ TG 955
DAY14

สนามบินสุวรรณภูมิ – กรุงเทพฯ

  • 06.20 น.  เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร โดยสวัสดิภาพ


แชร์ให้เพื่อน