ทัวร์เชียงราย ดอยแม่สลอง ดอยตุง 5 วัน 4 คืน


Tour Recommend, Tour by HappyLongway

รายละเอียดโปรแกรมทัวร์-ทัวร์เชียงราย ดอยแม่สลอง ดอยตุง 5 วัน 4 คืน

รหัสทัวร์ : ทัวร์เชียงราย ดอยแม่สลอง ดอยตุง 5 วัน 4 คืน
ระยะเวลา 5 วัน 4 คืน
สายการบิน : THAI SMILE (WE)

กำหนดการเดินทาง

รอบที่ วันเดินทาง ราคา
1 11 พ.ย. 63 - 15 พ.ย. 63 เริ่มต้น 31,900.- บาท
2 25 พ.ย. 63 - 29 พ.ย. 63 เริ่มต้น 31,900.- บาท

สถานที่สำคัญ

  • 1
    สัมผัสอากาศหนาวและหมอกยามเช้า ณ ดอยแม่สลอง
  • 2
    หมู่บ้านสันติคีรี ชุมชนผู้อพยพจากกองพล 93 จากสหภาพพม่า
  • 3
    ชุมชนหล่อโย สัมผัสวิถีชีวิตชาวอาข่าที่ยังคงอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น
  • 4
    สักการะ พระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทราสถิตมหาสันติคีรี บนยอดสูงสุดที่ระดับความสูง 1,500 เมตร
  • 5
    ไร่ชา 101 แหล่งปลูกชาที่ใหญ่ที่สุดแห่งแรกบนดอยแม่สลอง
  • 6
    พระตำหนักดอยตุง แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองเชียงราย
  • 7
    สวนแม่ฟ้าหลวง สวนดอกไม้เมืองหนาวในหุบเขา
  • 8
    พระบรมธาตุดอยตุง ปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดของเชียงราย
  • 9
    ดอยผาฮี้ ที่ตั้งของหมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าอาข่า ตั้งอยู่ตามแนวตะเข็บชายแดนไทยพม่า
  • 10
    เชียงรายไนท์บาร์ซาร์ ตลาดนัดยามค่ำคืน
  • 11
    วัดห้วยปลากั้ง วัดที่ถูกรายล้อมไปด้วยเนินเขาอันเขียวขจี
  • 12
    สิงห์ปาร์ค แหล่องท่องเที่ยวเชิงเกษตรและสวนดอกไม้หลายสายพันธุ์
  • 13
    วัดร่องขุ่น วัดดังที่ออกแบบและก่อสร้างโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์
  • 14
    วัดร่องเสือเต้น วัดที่สร้างโดยใช้ศิลปะแบบไทยประยุกต์ โดยเน้นสีฟ้าตัดกับสีทอง
  • 15
    นั่งชิลล์ที่ร้านชีวิตธรรมดา ร้านอาหารและร้านกาแฟสุดฮอตแห่งเชียงราย

HappyLongWay
ขอนำเสนอโปรแกรมทัวร์ทั่วไทย
ทัวร์เชียงราย ดอยแม่สลอง ดอยตุง บ้านผาหมี หมู่บ้านกะเหรี่ยง
สิงห์ปาร์ค วัดร่องขุ่น วัดร่องเสือเต้น วัดห้วยปลากั้ง 4 วัน 3 คืน
โดยสายการเวียตไทยสมาย (WE)

“ เชียงราย ดินแดนแห่งขุนเขา เหนือสุดของสยาม โอบกอดทะเลหมอก จิบชา ดูดาว ณ ดอยแม่สลอง สัมผัสวิถีชีวิตชาวอาข่า ชุมชนหล่อโย สักการะพระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทราสถิตมหาสันติคีรี ชมพรรณไม้เมืองหนาว สวนแม่ฟ้าหลวง จิบกาแฟผาฮี้ เสริมสิริมงคลวัดร่องขุ่น,วัดร่องเสือเต้น,วัดห้วยปลากั้ง อิ่มอร่อยกับอาหารร้านดัง ท้องถิ่น ขึ้นชื่อ ”

DAY1

สนามบินสุวรรณภูมิ – กรุงเทพฯ – เชียงราย - ดอยแม่สลอง

  • 06.30 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 สายการบินไทยสมายล์ พบเจ้าหน้าที่บริษัทอำนวยความสะดวกในการเช็คอิน
  • 08.30 น.  ออกเดินทางสู่สนามบินเชียงราย  โดยสายการบินไทยสมายล์ เที่ยวบินที่ WE130
  • 10.05 น. เดินทางถึงสนามบินเชียงราย
  • นำท่านเดินทางสู่ ดอยแม่สลอง เป็นที่ตั้งของ หมู่บ้านสันติคิรี ตำบลแม่สลองนอก อำเภอแม่ฟ้าหลวง เดิมชื่อ บ้านแม่สลองนอก เป็นชุมชนผู้อพยพจากกองพล 93 จากสหภาพพม่าเข้ามาในเขตไทย จำนวนสองกองพันคือ กองพันที่ 3 เข้ามาอยู่ที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ และกองพันที่ 5 อยู่ที่บ้านแม่สลองนอก ตั้งแต่ พ.ศ. 2504 เพื่อใช้เป็นกันชนกับชนกลุ่มน้อย ทำให้ดอยแม่สลองในยุคแรกเป็นดินแดนลี้ลับต้องห้าม มีปัญหายาเสพติดและกองกำลังติดอาวุธมาตลอด ทางการไทยได้พยายามแก้ปัญหา โอนกองกำลังเหล่านี้มาอยู่ในความดูแลของกองบัญชาการทหารสูงสุด กระทั่งปี พ.ศ. 2515 คณะรัฐมนตรีมีมติรับทหารจีนคณะชาติให้อาศัยในแผ่นดินไทยอย่างเป็นทางการ ยุติการค้าฝิ่น ปลดอาวุธ และหันมาทำอาชีพเกษตรกรรม โดยปลูกชา และพืชผักเมืองหนาวเป็นหลัก ซึ่งชาที่โด่งดังจนเป็นที่รู้จักกันดีคือ ชาอู่หลง ชุมชนบนดอยแม่สลองได้ชื่อใหม่เป็น บ้านสันติคีรี

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

  • นำท่านเดินทางสู่ ชุมชนหล่อโย ถือเป็นพื้นที่ที่ยังคงมีชุมชนชาวเขาเผ่าอาข่าอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น หล่อเมียะอาข่าหรือชาวอาข่าของที่นี่ เรียกหมู่บ้านของตัวเองว่า ‘หล่อโย’ ตามชื่อหัวหน้าเผ่าคนปัจจุบัน ฟังประวัติความเป็นมาของชุมชนและชาติพันธุ์อาข่าจากคุณโยฮัน เจ้าของบ้านดิน อาข่า มัตเฮ้าส์ ดอยแม่สลอง ผู้นำชุมชนบ้านหล่อโย เดินชมรอบหมู่บ้านหล่อโย ชมวิถีชีวิตชาวอาข่า รวมถึงวัฒนธรรม ความเชื่อของชาว อาข่า เช่น ประตูวัฒนธรรมอาข่า และการละเล่นพื้นบ้านของชาวอาข่า อาทิ การเล่นลูกข่างอาข่า การเล่นไม้เขาะเนาะ และโล้ชิงช้าอาข่า

  • นำท่านชม อนุสรณ์สถานอดีตทหารจีนคณะชาติภาคเหนือ ประเทศไทย ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ระลึกถึงประวัติศาสตร์ว่าที่ บ้านสันติคีรี เป็นหมู่บ้านของอดีตทหารจีนคณะชาติ (ทจช.ก๊กมินตั๋ง) กองพล 93 ได้ช่วยราชการไทยต่อสู้และปราบปรามคอมมิวนิสต์ในพื้นที่ ดอยหลวง ดอยขาว และดอยผาหม่น จังหวัดเชียงราย พ.ศ. 2514-2528 และพื้นที่เขาย่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ในปี พ.ศ. 2524 จากการสู้รบดังกล่าว อดีตทหารจีนคณะชาติได้เสียชีวิตและบาดเจ็บทุพพลภาพเป็นจำนวนมาก รัฐบาลไทยจึงกำหนดสถานะให้อดีตทหารจีนและคณะชาติเหล่านั้น เป็นผู้ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศไทย และให้แปลงสัญชาติเป็นไทยได้ ซึ่งทำให้อดีตทหารจีนคณะชาติเหล่านี้ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณขององค์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอเดชมหาราช บรมนาถบิตร เป็นอย่างมาก ด้านในเป็นที่รวบรวมข้อมูล ประวัติความเป็นมาของชุมชนแม่สลอง ประวัติของคณะทหารจีนคณะชาติ ความเหนื่อยยาก การตั้งรกรากอยู่ในประเทศไทย และมีห้องสมุดที่เก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องไว้เป็นหลักฐานอ้างอิง มีการจัดแสดงภาพถ่ายประวัติศาสตร์ความเป็นมา รูปภาพ และสิ่งสำคัญต่าง ๆ บนดอยแม่สลองที่ได้เกิดขึ้นในอดีต

  • จากนั้นไปไหว้ พระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทราสถิตมหาสันติคีรี ตั้งอยู่บนยอดดอยสูงสุดของแม่สลอง ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 4 กิโลเมตร ตั้งอยู่บนยอดสูงสุดที่ระดับความสูง 1,500 เมตร ห่างจากหมู่บ้านสันติคีรี 4 กิโลเมตร มีถนนลาดยางตัดขึ้นไปยังพระบรมธาตุฯ สร้างแล้วเสร็จเมื่อราวปี พ.ศ. 2539 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จย่า เป็นเจดีย์แบบล้านนาประยุกต์ บนฐานสี่เหลี่ยมลดชั้น สูงประมาณ 30 เมตร ฐานกว้างด้านละประมาณ 15 เมตร ประดับกระเบื้องสีเทา มีซุ้มจระนำด้านละสามซุ้ม เรือนธาตุประดับพระพุทธรูปยืนสี่ทิศ องค์ระฆังประดับแผ่นทอง แกะสลักลวดลาย ใกล้กับองค์เจดีย์เป็นวิหารแบบล้านนาประยุกต์ที่ตั้งของพระบรมธาตุฯ เป็นจุดสูงสุดของเทือกดอยแม่สลอง จึงชมทิวทัศน์ได้กว้างไกล โดยเฉพาะในยามเย็น ขณะเดียวกันองค์พระธาตุยังเด่นเป็นสง่า มองเห็นแต่ไกล เป็นสัญลักษณ์อีกอย่างของดอยแม่สลอง

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

ดอยหมอกดอกไม้รีสอร์ท หรือระดับเทียบเท่า

DAY2

ดอยแม่สลอง - ไร่ชา 101 - ดอยตุง - จุดชมวิวดอยช้างมูบ - แม่สาย

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก

  •  นำท่านเดินทางสู่ ไร่ชา 101 แหล่งปลูกชาที่ใหญ่ที่สุดแห่งแรกบนดอยแม่สลองที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมไร่ ถ่ายภาพกันเป็นที่ระลึกได้ นอกจากจะได้ชมความสวยงามของไร่ชาทีเรียงกันเป็นขั้นบันไดแล้ว ยังได้สัมผัสกับวิถีความเป็นมาของชาที่แท้จริง โดยไร่ชา101เป็นมากกว่าไร่ชา มีเรื่องราวการนำเสนอที่นาสนใจ ตั้งแต่การคัดสรรสายพันธุ์ พิธีการปลูก การดูแล การเก็บยอดชา หรือแม้กระทั้งการชงชาที่ถูกวิธี ที่นี่เปรียบเสมือนโรงเรียนชา เลยก็ว่าได้ เพราะแค่วิธีการชงชาให้ได้รสชาติและคุณค่าที่สูงสุดจริง ๆ ก็ต้องเรียนรู้หลายขั้นตอนทีเดียว  ปัจจุบัน ไร่ชา 101 เปิดให้จำหน่าย และขายส่ง ชาอู่หลงก้านอ่อน ชาเขียว และชาเบอร์ 12 ฯ ด้านบนยังเป็นร้านอาหาร และมีเครื่องดื่มที่แปรรูปมาจากใบชา นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมดอยแม่สลองนิยมมาแวะซื้อชา เพื่อเป็นของฝาก

  • นำท่านเดินทางสู่ พระตำหนักดอยตุง หรือ พระตำหนักสมเด็จย่า ที่เรียกได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองเชียงราย ซึ่งจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวมากมายตลอดทั้งปี โดยภายในสถานที่แห่งนั้นจะมีการจัดแสดงพันธุ์ไม้นานาชนิดที่กันเรียงรายอย่างสวยงามให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางมาเยี่ยมชม พร้อมกับเดินถ่ายรูปเป็นที่ระลึกได้อย่างสนุกสนาน  อีกทั้งยังสามารถมาเดินชมความงดงามของศิลปะอันโดดเด่นในรูปแบบของสถาปัตยกรรมล้านนาได้อีกด้วย

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

  • นำท่านชม สวนแม่ฟ้าหลวง เป็นสวนดอกไม้เมืองหนาวในหุบเขา สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2535 เดิมมีพื้นที่ 12 ไร่ มีการปลูกดอกไม้หมุนเวียนสลับ ให้ออกดอกไม่ซ้ำกันตลอดสามฤดู ล้อมรอบประติมากรรมชื่อ “ความต่อเนื่อง” เป็นรูปเด็กยืนต่อตัวที่กลางสวน นอกจากนี้ ยังจัดแต่งสวนหินซึ่งประดับด้วยหินภูเขากลมเกลี้ยงขนาดใหญ่ สวนน้ำอุดมด้วยไม้น้ำพันธุ์ต่างๆ บัว และสวนปาล์มที่รวบ รวมปาล์มไว้มากมายในพื้นที่ 13 ไร่ สวนแม่ฟ้าหลวงจึงมีพื้นที่ทั้งสิ้น 25 ไร่ อิสระท่านเดินเล่นถ่ายรูปตามอัธยาศัย

  • นำท่านเดินทางสู่ พระบรมธาตุดอยตุง เป็นปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดของเชียงราย ประดิษฐานอยู่บนยอดดอยตุง เป็นเจดีย์สีทองขนาดเล็กสององค์ สูงประมาณ 5 ม. บนฐานสี่เหลี่ยมย่อมุม มีซุ้มจระนำสี่ทิศ องค์ระฆังและปลี ยอดมีขนาดเล็ก พระธาตุดอยตุง อยู่บนดอยสูงแวดล้อมด้วยป่ารกครึ้ม เรียกว่า สวนเทพารักษ์ เชื่อกันว่า เป็นที่สถิตของเทพารักษ์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รอยปักตุง เป็นรอยแยกบนพื้น ยาวประมาณ 1 ฟุต อยู่ด้านหน้าพระธาตุ เชื่อกันว่า เป็นรอยแยกที่ใช้ปักฐานตุง บูชาพระธาตุ เมื่อ 1,000 ปีก่อน (ตุง แปลว่า ธง)

  • นำท่านเดินทางสู่ จุดชมวิวดอยช้างมูบ ณ ที่ตั้งฐานปฏิบัติการดอยช้างมูบ ถือเป็นแลนด์มาร์คอีกจุดที่วิวสวยงามมากๆ ทางเข้าทำเป็นแนวเหมือนเขาวงกตที่สร้างด้วยรั้วไม้ไผ่ เป็นที่ชมวิวพระอาทิตย์ตกดินไที่สวยงามแห่งหนึ่งของประเทศ ตรงจุดนี้สามารถมองเห็นป่าเขา หมู่บ้าน และฐานทัพของพม่าของฝั่งประเทศพม่าได้อย่างกว้างไกล วิวพาโนรามาเทือกเขาสลับซ้อนไปจนสุดขอบฟ้า

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

TEVA VALLEY RESORT หรือระดับเทียบเท่า

DAY3

แม่สาย – ดอยผาฮี้ - บ้านผาหมี - เมืองเชียงราย

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก 

  • นำท่านเดินทางสู่ ดอยผาฮี้ เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าอาข่า ตั้งอยู่ตามแนวตะเข็บชายแดนไทยพม่า ในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย บ้านแต่ละหลังปลูกเรียงลดหลั่นกันไปตามไหล่เขา แทรกตัวท่ามกลางภูเขาและป่าไม้อันเขียวขจี ซึ่งนอกจากวิวทิวทัศน์ที่สวยงามแล้ว บ้านผาฮี้ยังขึ้นชื่อเรื่องกาแฟอีกด้วย ชื่อเสียงที่หลายคนรู้จักนั่นก็คือ “กาแฟผาฮี้” กาแฟอาราบิก้าชั้นดี ที่ส่งออกไปทั่วโลก ฉะนั้นบนดอยผาฮี้จึงเต็มไปด้วยร้านกาแฟหลากหลายร้านเลยทีเดียว

  • นำท่านเดินทางสู่ ร้านกาแฟคอฟฟี่ฮิลล์ผาฮี้ หนึ่งในร้านกาแฟบนดอยผาฮี้ ที่ผลิต คั่ว และจำหน่ายกาแฟเอง มีระเบียงชมวิวที่สามารถไปนั่งห้อยขา จิบกาแฟ พร้อมชมวิวทิวเขาเบื้องหน้าได้แบบฟินๆ ท่านยังสามารถถ่ายรูปกับ สะพานไม้ไผ่ไร่ผาฮี้ หรือ Bamboo walk จุดเช็คอินแห่งใหม่ของร้านคอฟฟี่ฮิลล์ผาฮี้ เป็นทางเดินยาวและสูงมาก ประดับด้วยร่มสีสันสดใสตลอดทาง ให้เราไต่ขึ้นไปเรื่อย ๆ ตามยอดดอย ระหว่างที่เดินก็เพลิดเพลินไปกับธรรมชาติ อ้าแขนรับลมหนาว สัมผัสหมอกอ่อน ๆ ในตอนเช้า แล้วถ่ายรูปกันชิลล์ ๆ กับวิวที่มองเห็นได้ทุกทิศรอบตัวแบบพาโนาราม่า จนกระทั่งได้เวลาพอสมควร

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

  • นำท่านเดินทางสู่ บ้านผาหมี หนึ่งในภาพแห่งความทรงจำของคนไทย คือภาพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ประทับบนล่อที่ชาวบ้านจูง ระหว่างเสด็จฯ เยี่ยมพสกนิกรชาวเขา หลายคนอาจไม่รู้ว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่บ้านผาหมี อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย บ้านผาหมีเป็นชุมชนชาวอาข่า ในอดีตอาศัยอยู่บนยอดดอยชายแดนไทยพม่า ชาวบ้านทำอาชีพปลูกฝิ่นตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย แต่การเสด็จฯ ของพระองค์ในวันนั้นเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขาไปตลอดกาล ดอยผาหมี  ถือเป็นต้นกำเนิดกาแฟต้นแรกของประเทศไทย ที่ทรงพระราชทานให้กับขาวเขาปลูกแทนการปลูกฝิ่น  โดยต้นกาแฟที่ปลูกครั้งแรก คือ พันธุ์โรบัสต้า ต่อมาทรงเห็นว่าลักษณะของต้นกาแฟไม่เหมาะกับพื้นที่เชิงเขาสูง จึงพระราชทานพันธุ์อาราบิก้า ให้ปลูกแทน จนปัจจุบันดอยผาหมี เป็นแหล่งปลูกกาแฟที่ใหญ่และมีชื่อเสียงอันดับต้นของประเทศไทยนำท่านเที่ยวชมหมู่บ้านผาหมี ชมไร่กาแฟและไร่ส้ม ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถลงมือเก็บเกี่ยวผลผลิตทั้งกาแฟ และส้มด้วยตัวเองได้ จนกระทั่งได้เวลาพอสมควร

  • เดินทางสู่ ร้านโอโซนผาหมี (Ozone Phamee) หนึ่งในร้านกาแฟวิวสวย ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ โอบรอบด้วยภูเขาเขียวขจีทุกทิศทาง ทางร้านมีโซนให้เลือกนั่งหลากหลาย ทั้งแบบขันโตก โต๊ะ เปลตาข่าย และนั่งห้อยขาหันหน้าชมวิว รอบ ๆ ร้านมีการนำข้าวโพดดิบมาแขวน กับพริกแห้งมาวางโชว์ด้วย สำหรับอาหาร เมนูส่วนใหญ่จะเป็นอาหารชนเผ่าอาข่า ที่ชื่อแปลก แต่รสชาตินี้อร่อยเกินคาด

  • จนกระทั่งได้เวลาพอสมควร นำท่านเดินทางสู่ตัวเมืองเชียงราย
  • เดินทางสู่ เชียงรายไนท์บาร์ซาร์ ตลาดนัดยามค่ำคืน ในตัวเมืองเชียงราย ที่มีสินค้าพื้นเมืองของเชียงรายให้จับจ่ายมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ของฝาก สิ่งทอ ของแต่งบ้าน และอาหารพื้นเมือง เป็นที่จำหน่ายของที่ระลึกฝีมือชาวเขาและคนพื้นบ้านทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ กระเป๋าหลากแบบของชาวเขา ผลิตภัณฑ์พื้นเมือง ผ้าม่าน ผ้าลายปักฝีมือชาวเขาที่ชาวเขาจะนำมาจำหน่ายกันเอง นอกจากนี้ยังมีลานเบียร์ ร้านอาหารและการแสดงซึ่งมีอยู่ 2 เวทีคือ เวทีสำหรับการแสดงของนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย คือการแสดงรำไทย และสะล้อ ซอ ซึง ส่วนเวทีอีกแห่งหนึ่งตั้งอยู่บริเวณลานเบียร์จะมีการแสดงคาบาเร่โชว์ ร้องเพลง และการแสดงของชาวเขา ซึ่งการแสดงเหล่านี้จะสลับวันแสดงกันไป

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
LE MERIDIEN RESORT หรือระดับเทียบเท่า 5 ดาว

DAY4

วัดร่องขุ่น – สิงห์ปาร์ค - วัดร่องเสือเต้น - ชีวิตธรรมดา

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก 

  • นำท่านเดินทางสู่ วัดร่องขุ่น (Wat Rong Khun) ออกแบบและก่อสร้างโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ซึ่งปรารถนาจะสร้างวัดให้เหมือนเมืองสวรรค์ที่มนุษย์สัมผัสได้ เริ่มสร้างตั้งแต่ พ.ศ.2540 จากเดิมมีเนื้อที่3 ไร่ ได้ซื้อที่ดินเพิ่มและมีผู้บริจาคคือคุณวันชัย วิชญชาคร จนปัจจุบันมีเนื้อที่9 ไร่ และมีพระกิตติพงษ์ กัลยาโณ รักษาการเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างวัดมาจาก 3 สิ่งต่อไปนี้คือ 1.ชาติ : ด้วยความรักบ้านเมือง รักงานศิลป์ จึงหวังสร้างงานศิลปะที่ยิ่งใหญ่ไว้เป็นสมบัติของแผ่นดิน 2.ศาสนา : ธรรมะได้เปลี่ยนชีวิตของอาจารย์เฉลิมชัยจากจิตที่ร้อนกลายเป็นเย็น จึงขออุทิศตนให้แก่พระพุทธศาสนา 3. พระมหากษัตริย์ : จากการเข้าเฝ้าฯ ถวายงานพระองค์ท่านหลายครั้ง ทำให้อาจารย์เฉลิมชัย รักพระองค์ท่านมาก จากการพบเห็นพระอัจฉริยะภาพทางศิลปะและพระเมตตาของพระองค์ท่าน จนบังเกิดความตื้นตันและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จึงปรารถนาที่จะสร้างงานพุทธศิลป์ถวายเป็นงานศิลปะประจำรัชกาลพระองค์ท่าน

  • นำท่านเดินทางสู่ สิงห์ปาร์ค (Singha Park) หรือชื่อเดิม ไร่บุญรอด (Boonrawd Farm) เดิมทีนั้นเป็นทุ่งข้าวบาร์เล่ย์ แต่ปัจจุบันได้ออกแบบและจัดสรรใหม่จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวมาแรงของ จ.เชียงราย โดยเพิ่มการทำไร่ชา ไร่ผลไม้ แปลงผัก กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรม มีสวนดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ รวมถึงมีการเลี้ยงสัตว์นานาชนิด เช่น ยีราฟ ม้าลาย นกแก้ว และวัววาตูซี่ ให้แขกได้ให้อาหารและใกล้ชิด

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

  • อิสระท่านสนุกสนานกับกิจกรรมสนุกๆ อาทิ ปั่นจักรยาน, ใช้บริการรถฟาร์มทัวร์ ชมบรรยากาศโดยรอบ, เก็บชาและถ่ายรูปสวย (พื้นที่กว่า 600 ไร่) , Zipline Platform (ซิปไลน์ไร่ชา), ปีนหน้าผาจำลอง เป็นต้น

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดร่องเสือเต้น ตั้งอยู่ที่ชุมชนร่องเสือเต้น ริมแม่น้ำกกครับ ภาพความคึกคักของประชาชนที่เดินทางมากราบไหว้บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นี่ ทำให้เราแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าที่นี่เคยเป็นวัดที่ถูกทิ้งร้างมาก่อนนับร้อยปีครับ มีเพียงเศษซากโบราณสถานที่หลงเหลือไว้ ซึ่งคนเฒ่าคนแก่ของหมู่บ้านก็เล่าสืบต่อกันมาว่า บริเวณนี้เมื่อก่อนยังเป็นป่า ไม่มีผู้คนมาตั้งรกรากมากนัก ชาวบ้านก็มักจะเจอเสือวิ่งกระโดดข้ามร่องน้ำ ออกหากินเป็นประจำ เลยเรียกแถวนี้ว่า “ร่องเสือเต้น” ไปโดยปริยาย ต่อมาภายหลัง เมื่อชุมชนเริ่มขยายตัวมากขึ้น ชาวบ้านร่องเสือเต้นเลยช่วยกันบูรณะซ่อมแซมวัดแห่งนี้ขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อจะได้ใช้ประกอบศาสนกิจในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา และตั้งชื่อว่า “วัดร่องเสือเต้น”  วิหารวัดร่องเสือเต้น สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2548 โดยมีขนาดกว้าง 13 เมตร ยาว 48 เมตร สร้างเสร็จเมื่อ วันที่ 22 มกราคม 2559 ร่วมใช้เวลาก่อสร้างแล้วเสร็จถึง 11 ปี ด้วยการใช้ศิลปะแบบไทยประยุกต์ ที่มีความชดช้อย รายละเอียดปราณีต ภายนอกอาคารใช้สีน้ำเงินตัดกับสีทอง ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรัชมงคลบดีตรีโลกนาถ สีขาวมุกขนาดหน้าตักกว้าง 5 เมตร สูง 6.5 เมตรรอบๆผนังก็เต็มไปด้วยจิตรกรรมฝาผนัง บอกเล่าเรื่องราวพุทธประวัตินั่นเอง

  • นำท่านเดินทางสู่ ชีวิตธรรมดา ร้านอาหารและร้านกาแฟสุดฮอตแห่งเชียงราย ในบรรยากาศที่ไม่ธรรมดาเหมือนชื่อ เป็นบ้านไม้สีขาวสไตล์วินเทจริมน้ำกก  ร่มรื่นด้วยต้นไม้เขียวชอุ่ม ตกแต่งสไตล์ Secret Garden แบบสวนอังกฤษ  พื้นที่กว้างขวาง ทั้งในส่วนของห้องแอร์และโอเพ่นแอร์  ทั้งในโซนสวนสวย  ห้องกระจก ห้องสมุด   และโซนริมน้ำ อาหารมีให้เลือกหลากหลายทั้งอาหารคาว อาหารหวานประเภทเบเกอรี่ และเครื่องดื่มหลากชนิด

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
LE MERIDIEN RESORT หรือระดับเทียบเท่า 5 ดาว

DAY5

บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร – วัดห้วยปลากั้ง - บ้านดำ – Time Café – ซื้อของฝาก - สนามบินสุวรรณภูมิ – กรุงเทพฯ

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก 

  • นำท่านเดินทางสู่  บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร เป็นหมู่บ้านกะเหรี่ยงที่ได้รับการพัฒนาคุณภาพ โดยใช้การท่องเที่ยวจากองค์กรเอกชนและประสบความสำเร็จ จากการนำช้างมาเป็นพาหนะนำเที่ยวหมู่บ้านชาวเขา ปัจจุบันจัดเป็นศูนย์กลางชาวเขาในแถบ อ.เมือง จ.เชียงราย บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตรนี้ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำกกฝั่งซ้าย หมู่ 2 ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย นอกจากชาวกระเหรี่ยงแล้วยังมีหมู่บ้านชาวเขาเผ่าอาข่า,ลีซอ,ม้ง,ไทลื้อและลาหู่ ในละแวกใกล้เคียงหมู่บ้านกระเหรี่ยงรวมมิตร ยังให้บริการขี่ช้างเที่ยวชมหมู่บ้านชาวเขา และยังมีร้านค้าขายผลิตภัณฑ์จากชาวเขาอีกด้วย บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร นำท่านนั่งช้างชมรอบหมู่บ้าน (ใช้เวลาประมาณ 30 นาที) นอกจากกิจกรรมนั่งช้างแล้ว ท่านยังสามารถชมการแสดงวัฒนธรรมชนเผ่าและซื้อของที่ระลึกจากชาวเขาเผ่าต่างๆได้อีกด้วย

  • นำท่านเดินทางสู่ วัดห้วยปลากั้ง พื้นที่ตั้งของวัดนี้เป็นพื้นที่ภูเขา รอบบริเวณวัดจะถูกรายล้อมไปด้วยเนินเขาอันเขียวขจีมากมาย และไฮไลท์ที่สำคัญของวัดนี้ก็คือ พบโชคธรรมเจดีย์ เจดีย์เอกของทางวัดที่มีความสูงถึง 9 ชั้น มีรูปทรงที่แปลกตาหาชมไม่ได้ที่อื่นนอกจากที่นี่ เป็นศิลปะแบบจีนผสมกับแบบล้านนาได้อย่างวิจิตรงดงาม มีรูปปั้นมังกรคู่คอยปกปักษ์อยู่หน้าเจดีย์ เป็นมุมถ่ายรูปอันซีนเชียงรายที่ใครต่อใครมาก็ต้องแวะมาเช็กอินกันที่นี่แทบทุกคนอีกหนึ่งไฮไลท์ของทางวัดที่ถือว่าเป็นที่หนึ่งประเทศไทยเลยทีเดียวก็คือ องค์เจ้าแม่กวนอิมขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย! มีความสูงประมาณ 79 เมตร เทียบเท่ากับตึกสูง 25-26 ชั้นเลยทีเดียว ตั้งอยู่บนเนินเขามองดูเด่นเป็นสง่าน่าเคารพบูชาเป็นอย่างยิ่ง เชื่อกันว่าหากใครมาขอพรในเรื่องสุขภาพ การเงิน การงาน จะได้พรนั้นกลับไป ภายในองค์เจ้าแม่กวนอิมสามารถขึ้นไปเพื่อชมวิววัดห้วยปลากั้งจากมุมสูงได้ด้วย

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

  • นำท่านเดินทางสู่ บ้านดำ หรือ พิพิธภัณฑ์บ้านดำ เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะบนพื้นที่กว่า 100 ไร่ ตั้งอยู่ที่ ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงราย สร้างขึ้นโดย อ.ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ ที่มีฝีมือทางด้าน จิตรกรรม ปฏิมากรรม ได้สร้างงานด้านศิลปะไว้มากมาย ทั้งทางด้านภาพเขียน และ ด้านปฏิมากรรมหลายชิ้น ลักษณะของบ้านดำจะเป็นกลุ่มบ้านไม้ ศิลปะแบบล้านนา บ้านปูนรูปทรงแปลกตา บ้านเกือบทุกหลังทาด้วยสีดำ ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า “บ้านดำ” และยังเป็นสีที่ อ. ถวัลย์ โปรดปราน อีกด้วย ในบ้านแต่ละหลังจะประดับด้วยไม้แกะสลักที่มีลวดลายงดงาม นอกจากไม้แกะสลักแล้วยังประดับด้วยเขาสัตว์ เช่น เขาควายมากกว่า 100 ชิ้น เขากวาง หนังจระเข้ เปลือกหอยขนาดใหญ่ และยังมีกระดูกสัตว์ เช่น กระดูกช้าง เป็นต้น ด้วยโทนสีของบ้านที่เป็นสีดำ ซึ่งตรงกันข้ามกับวัดร่องขุ่นของ อ.เฉลิมชัย มีคำพูดเปรียบเทียบสองสถานที่นี้ว่า “เฉลิมสร้าง สวรรค์ ถวัลย์สร้าง นรก” ภายในบริเวณบ้านดำ มีต้นไม้นานาชนิด บรรยากาศที่ร่มรื่น ซึ่งในบริเวณประกอบไปด้วยบ้านทั้งหมด 36 หลัง แต่ละหลังจะมีลักษณะที่แตกต่างกันไป สามารถเดินเข้าชมในบ้านได้เพียง 2-3 หลัง ส่วนหลังอื่นๆ มองเข้าไปได้จากหน้าประตูเท่านั้น สิ่งของที่สะสมและจัดแสดงภายในบ้านก็จะมีแนวคิดแตกต่างกันออกไป ซึ่งบ้านเหล่านี้ไม่ได้สร้างไว้สำหรับอยู่อาศัยแต่สร้างไว้สำหรับเก็บสิ่งของสะสมต่างๆ ของอาจารย์ถวัลย์ ส่วนภาพเขียนของ อ.ถวัลย์ ดัชนี ที่อยู่ในบ้านดำ มีเพียงไม่กี่ภาพเท่านั้น

  • นำท่านเดินทางสู่ร้าน Time Café ร้านกาแฟที่เหมือนหลุดเข้าไปท่ามกลางธรรมชาติ ทั้งที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง เป็นร้านที่มีวิวสวย เหมาะกับการนั่งจิบกาแฟ กินขนม และพักผ่อนเพลินๆ ทั้งอาหารและเครื่องดื่มเป็นสไตล์โฮมเมดให้ท่านได้เลือกทานตามอัธยาศัย

  • จนกระทั่งได้เวลาพอสมควร นำท่านออกเดินทางสู่สนามบินเชียงราย ระหว่างทางให้ท่านได้แวะซื้อของฝากที่ ร้านก๋องคำ (นันทวัน)ของฝากเชียงราย ตั้งอยู่บนถนนทางเข้าสนามบิน แหล่งรวมของฝากทุกชนิด แคบหมู น้ำพริกหนุ่ม หมูยอ ไส้อั่ว น้ำพริกน้ำเงี้ยว ข้าวซอยตัด ผลไม้อบแห้ง อาหารภาคเหนือ อื่นๆ

  • 20.10 น. ออกเดินสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทยสมายล์ เที่ยวบินที่ WE137
  • 21.40 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ…..


แชร์ให้เพื่อน