ทัวร์เยอรมัน ออสเตรีย เจาะลึกเส้นทางเอล์ปไพน์


Tour by HappyLongway

รายละเอียดโปรแกรมทัวร์-ทัวร์เยอรมัน ออสเตรีย เจาะลึกเส้นทางเอล์ปไพน์

รหัสทัวร์ : GERMANY – AUSTRIA ALPINE ROAD 10D (TG)
ระยะเวลา 10 วัน 7 คืน
สายการบิน : Thai Airways (TG)

กำหนดการเดินทาง

รอบที่ วันเดินทาง ราคา
1 14 ก.พ. 63 - 23 ก.พ. 63 108,900 บาท
2 13 มี.ค. 63 - 22 มี.ค. 63 108,900 บาท
3 4 เม.ย. 63 - 13 เม.ย. 63 118,900 บาท
4 30 เม.ย. 63 - 9 พ.ค. 63 118,900 บาท

สถานที่สำคัญ

  • 1
    ขึ้นยอดเขา ZUGSPITTZE Mt. ยอดเขาที่สูงที่สุดในเยอรมัน
  • 2
    สนุกตื่นเต้นกับ สะพานแขวน HIGHLINE 179 หนึ่งในสะพานแขวนที่ยาวที่สุด
  • 3
    นั่งเคเบิ้ล NORDKETTE CABLE CAR ขึ้นชมวิวเหนือเมือง อินน์สบรูค
  • 4
    สนุกสนานกับกิจกรรม SALT MINE เหมืองเกลือโบราณ !!!
  • 5
    ล่องเรือทะเลสาบ KONIGSEE LAKE ทะเลสาบที่น้ำใสสะอาดที่สุดในยุโรป !!
  • 6
    ชมหมู่บ้าน RAMSAU หมู่บ้านที่มีวิวทิวทัศน์สวยมาก (Unseen)
  • 7
    ชมหมู่บ้าน MITTENWALD / OBERAMMERGAU หมู่บ้านเฟรสโก้บาวาเรีย สุดสวย (Unseen)
  • 8
    ชมหมู่บ้าน HALLSTATT หมู่บ้านริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก
  • 9
    ชมพระราชวัง HERRENCHIEMSEE PALACE พระราชวังที่สวยที่สุดของพระเจ้าลุดวิคที่ 2
  • 10
    ชมปราสาท LINDERHOF CASTLE ปราสาทแสนสวยที่สมบูรณ์ที่สุดของพระเจ้าลุดวิคที่ 2
  • 11
    ชมปราสาท NEUSCHWANSTEIN CASTLE ปราสาทแสนสวยในเทพนิยายของพระเจ้าลุดวิคที่ 2
  • 12
    เข้าชมพระราชวัง RESIDENT MUNICH PALACE พระราชวังที่มีชื่อเสียงที่สุด (Unseen)
  • 13
    ชม SWAROVSKI KRISTALLWELTEN โรงงานผลิตคริสตัล สวารอฟสกี้ แห่งแรกของโลก
  • 14
    ชมเมือง INNSBRUCK หนึ่งในเมืองสวยทที่มีชื่อเสียงระดับโลก
  • 15
    ชมเมือง SALZBURG หนึ่งในเมืองสวยของยุโรป
  • 16
    ชมเมือง MUNICH เมืองหลวงแคว้นบาวาเรียสุดสวย
  • 17
    ชม BMW WELT พิพิธภัณฑ์รถ BMW

HappyLongWay
ขอนำเสนอโปรแกรมทัวร์ยุโรป
ทัวร์เยอรมัน – ออสเตรีย
เจาะลึกเส้นทางเอล์ปไพน์
10 วัน 7 คืน โดยสารการบินไทย (TG)

DAY1

สนามบินสุวรรณภูมิ - กรุงเทพฯ

  • 20.30 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูทางหมายเลข 3 เคาน์เตอร์ D สายการบินไทย พบเจ้าหน้าที่บริษัทอำนวยความสะดวกในการเช็คอิน
DAY2

มิวนิค (เยอรมัน) – ปรีน - พระราชวังแฮเรนคีมเซ – เซนต์วูล์ฟกัง

  • 00.50 น. ออกเดินทางบินตรงสู่มิวนิค ประเทศเยอรมัน โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 924
  • 07.05 น. เดินทางถึง เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมันนี
  • นำท่านเดินสู่หมู่บ้านปรีน  ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ใหญ่ที่สุดริมทะเลสาบคีมเซ หรือทะเลสาบบาวาเรีย ตั้งอยู่ใจกลางแคว้นบาวาเรียตอนเหนือระหว่างเมืองมิวนิคและซาลสบวร์ก นำท่านล่องเรือไปยังเกาะแฮเรนอินเซล ซึ่งตั้งอยู่กลางทะเลสาบอันเป็นที่ตั้งของ พระราชวังแฮเรนคีมเซ ( Herrenchiemsee Palace ) พระราชวังที่ได้ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดของพระเจ้าลุดวิกที่ 2 โดยมีพระประสงค์ให้สร้างเลียนแบบพระราชวังแวร์ซายน์ แต่ให้หรูหราอลังการกว่าด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยในยุคนั้น นำท่านเที่ยวชมห้องภายในพระราชวังแฮเรนคีมเซ, ห้องทูตานุทูต, ห้องทรงงานห้องบรรทม, ห้องเสวย และห้องกระจก ที่ประดับตกแต่งอย่างสง่างามด้วยทองและแพรพรรณหลากสี แต่น่าเสียดายที่ปราสาทแห่งนี้ยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ ด้วยพระเจ้าลุควิกที่ 2 สิ้นพระชมน์ไปก่อน ซึ่งพระเจ้าลุดวิกที่2 ได้ใช้เงินในการก่อสร้างพระราชวังแห่งนี้มากกว่าพระราชวังลินเดอร์ฮอฟและปราสาทนอยชวานสไตน์ จนเป็นที่มาทำให้พระองค์ถูกตั้งกรรมการสอบสวน อิสระให้ทุกท่านถ่ายรูปจนได้เวลานัดหมาย จากนั้นได้เวลานำท่านนั่งเรือกลับสู่แผ่นดินใหญ่

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • เดินทางสู่เมือง เซนต์วูลฟ์กัง (ST.WOLFGANG) เมืองรีสอร์ทเล็กๆ ในหุบเขาริมทะเลสาบวูลฟ์กัง จากนั้นนำท่านเดินชมเมืองเซนต์วูลฟ์กัง เมืองเล็กริมทะเลสาบที่มีความสวยงามไม่แพ้ฮอลสตัท มีบ้านเรือนสวยงาม

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

 SCALARIA HOTEL  ST. WOLFGANG หรือระดับเทียบเท่า  4 ดาว

หมายเหตุ : โรงแรมเมืองเซนต์วูฟกัง มีจำกัดหากโรงแรมเต็มทาง บริษัทขอสงวนสิทธิ์ย้ายไปเมืองใกล้เคียง

DAY3

ฮอลสตัท - จุดชมวิว - ชมเมือง – ซาลสบวร์ก - ชมเมือง

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก 

  • นำท่านเดินทางสู่เมือง ฮอลสตัท (HALLSTATT)  เมืองมรดกโลก ริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก
  • แถมฟรี : นำท่านขึ้น รถรางขึ้นสู่ภูเขาด้านบนชมวิวมุมสูง สามารถมองเห็นวิวพาโนรามา ให้ท่านได้ชมวิวเมืองฮอลสตัท และทะเลสาบจากด้านบน (รถรางเปิดให้บริการเฉพาะ ช่วงเดือนเดือน เม.ย. – ธ.ค. เท่านั้น )

(หมายเหตุ : หากเกิดเหตุสุดวิสัยต่างๆ เช่น เนื่องสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย หรือมีการปิดปรับปรุงหรือทางรถรางไม่เปิด ให้ขึ้นชม  ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการงดให้ขึ้นชม โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า)

  • นำท่านกลับสู่ด้านล่าง  นำท่านเดินเท้าเลาะริมทะเลสาบ บนถนนเลียบทะเลสาบที่เรียกว่า “ซี สตราซ” (See Strasse) อีกด้านมีร้านขายของที่ระลึก ที่ศิลปินพื้นบ้านออกแบบเองเป็นระยะสลับกับบ้านเรือนสไตล์อัลไพน์ที่เก่าแก่ไม่ขาดสาย บ้างอยู่ระดับพื้นดิน บ้างอยู่บนหน้าผาลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ และบ้านแต่ละหลังล้วนประดับประดาด้วยของเก่า ดอกไม้หลากสีสันสวยงามปลายสุดของ ถนนซีสตราซ ท่านจะได้ชมจัตุรัสประจำเมืองซึ่งเป็นลานหินขนาดย่อม ประดับด้วยน้ำพุกลางลาน และอาคารบ้านเรือนที่สวยงาม

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง เมนูปลาเทราซ์

  • นำท่านเดินทางสู่เมือง ซาลสบวร์ก (SALZBURG) เมืองแสนสวยที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำซาลซ่า มีบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก ซึ่งตั้งอยู่ในอ้อมกอดของขุนเขาทุ่งหญ้าเขียวขจี และทะเลสาบมองต์เซ ซึ่งเคยใช้เป็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์เพลงชื่อก้องโลก The Sound of ได้ชื่อว่าเป็นนครหลวงแห่งศิลปะบาโรก ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก (Unesco)
  • พิเศษแถมฟรี    นำท่าน นั่งรถไฟฟั่นเฟื่องขึ้นชมวิวแบบพาโนรามาบนป้อมโฮเฮนซาลสบวร์ก (Festung Hohensalzburg)  ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ท่านมาเมืองซาลสบวร์กแล้วต้องห้ามพลาด !!  อิสระให้ท่านเก็บภาพความประทับใจ  จากนั้นได้เวลานำท่านกลับสู่ด้านล่าง
  • นำท่านชม สวนมิราเบล ที่งดงามซึ่งเดิมเป็นสวนในพระราชวังเดิม  จากนั้นนำท่านข้ามแม่น้ำซาลลส์ซัค  ที่ไหลผ่านกลางตัวเมือง
  • นำท่านเดินเข้าสู่ ถนนเกรเทสเกสเซ่ ถนนคนเดินที่มีชื่อเสียงของเมือง นำท่านไปถ่ายรูปด้านหน้า บ้านหมายเลข 9 ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ คีตกวีที่มีชื่อเสียงของโลก วูลฟ์กัง อมาดิอุส โมสาร์ทที่เพิ่งฉลอง ครบรอบ 250 ปี    เมื่อปี 2006
  • นำท่านสู่จัตุรัสกลางเมืองเพื่อถ่ายรูปคู่กับอนุเสาวรีย์โมสาร์ต ชมมหาวิหารใหญ่กลางใจกลางเมือง ให้ท่านอิสระช้อปปิ้ง สินค้าพื้นเมืองมากมาย หรือชมเมือง ตามอัธยาศัย 

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน

 CROWN PLAZA SALZBURG หรือระดับเทียบเท่า  4 ดาว (พัก 2 คืน)

DAY4

ซาลสบวร์ก – เบิร์ชเทสกาเด้น - ล่องเรือทะเลสาบโคนิงซี - หมู่บ้านรามเซา - เหมืองเกลือ – ซาลสบวร์ก

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก 

  • นำท่านเดินทางสู่เมือง เมืองเบิร์ชเทสกาเด้น (Berchtesgaden ) (เยอรมัน) เจ้าของเส้นทางดิอัลไพน์โร้ด 1 ใน 6 เส้นทางแสนสวยและยังเป็น เส้นทางเก่าแก่ที่สุดที่นักท่องเที่ยวนิยมใช้ เลาะเลียบเทือกเขาแอลป์ เมืองนี้ถูกก่อตั้งขึ้นให้เป็น ศูนย์กลางทางการค้าและการสำรวจหาเกลือและสินแร่
  • นำท่านล่องเรือสู่  ทะเลสาบกษัตริย์ (Konigsee) ที่มีน้ำใสราวกับมรกต ได้ขึ้นว่าเป็นทะเลสาบที่น้ำใสและสะอาดที่สุดในยุโรป ทะเลสาบแห่งนี้ เป็นดินแดนแห่งฟยอร์ดที่งดงาม ที่สุดในประเทศเยอรมนี ในเขตเทือกเขาแอลป์ มีแหล่งกำเนิดจากการละลายของกลาเซียบนยอดเขา ตั้งแต่ยุคน้ำแข็งก่อให้เกิดทะเลสาบอันงามพิสุทธิ์ และความมหัศจรรย์ของฟยอร์ดที่มีอยู่เพียงไม่กี่แห่งในโลกฟยอร์ดแห่งนี้มีความยาวกว่า 8 กม. กว้างถึง 1,250 เมตร ลึก 190 เมตร และตั้งอยู่บนความสูงกว่า 602 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล
  • นำท่านล่องเรือพลังงานไฟฟ้า ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวมา ตั้งแต่ปี ค.ศ.1909 เพื่อไม่เกิดมลภาวะ เรือจะนำท่านล่องไปชมบรรยากาศแห่งฟยอร์ด จนถึงโบสถ์บาโธโลมิว อันเป็นเสน่ห์ของดินแดนแห่งฟยอร์ดนี้ จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ท่าเรือ (หมายเหตุ : หากเกิดเหตุสุดวิสัย เช่น เนื่องสภาพอากาศมาเอื้ออำนวยต่อการล่องทะเลสาบ โดยไม่สามารถล่องเรือได้ ทางบริษัทจะทำการคืนเงินให้ลูกทัวร์ท่านละ 10 ยูโร)

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำท่านเดินทางสู่หมู่บ้านรามเซา (Ramsau)เราเป็นบริษัททัวร์แรกที่จัดเข้าไปเที่ยว หมู่บ้านเล็กๆ Unseen ของเยอรมันที่ติดกับพรมแดนออสเตรียที่หลบซ่อนตัวในเขตเทือกเขาเอลป์ โดยหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้มีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องของความสวยงามของวิวทิวทัศน์ โดยมีโบสถ์เซนต์เซบาสเตียน (St.Sebatian) เป็นฉาก มีสะพานไม่เล็กทอดข้ามแม่น้ำ Arche ที่ไหลตัดผ่านหมู่บ้าน โดยมีฉากหลังของเทือกเขาเอลป์เป็นฉากหลัง นำท่านเดินถ่ายรูปตามอัธยาศัย หรือสามารถเข้าชมด้านในโบสถ์ได้ฟรี จากนั้นอิสระเดินถายรูปตามอัธยาศัย
  • นำท่านเข้าชม เหมืองเกลือเก่าเมืองเบิร์ชเทสการ์เดน (Berchtesgaden Salt Mine)  เป็นเหมืองเกลือที่ถูกสร้างตั้งแต่ ค.ศ. 1517 ซึ่งในสมัยอดีต เหมืองเกลือ เป็นสถานที่ต้องห้ามของบุคคลทั่วไป เนื่องจากเกลือมีค่าจนได้ชื่อว่าเป็นทองคำขาว นำท่านนั่งรถรางลอดอุโมงค์ยาว 700 เมตร ไปยังถ้ำเกลืออันระยิบระยับ และทะเลสาบใต้ภูเขาที่งดงามด้วยแสงเสียง บรรยากาศราวกับอยู่ในเหมืองจริงเมื่อ 500 ปีก่อน ภายใต้อุณหภูมิ 12 องศาเซลเซียส ชื่นชมในความเก่าแก่ของเมืองเกลือโบราณ ซึ่งปัจจุบันยังคงได้รับการบำรุงรักษาเอาไว้เหมือนดังเช่นในอดีตทุกประการ ** เป็นกิจกรรมที่สามารถสนุกสนานได้ทั้งเด็กและผู้สูงอายุ ***
  • นำท่านเดินทางกลับสู่เมือง ซาลสบวร์ก อิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย

รับประทานอาหารค่ำ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
 CROWN PLAZA SALZBURG หรือระดับเทียบเท่า  4 ดาว

DAY5

ซาลสบวร์ก - วัตเทน SWAROVSKI KRISTALLWELTEN – อินน์สบรูค – Nordkette Cable Car - วังหลังคาทองคำ - ชมเมือง

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก 

  • นำท่านเดินทางสู่เมือง วัตเทน (Wattens) เป็นที่ตั้งของบริษัทคริสตัลสวารอฟสกี้ (Swarovski Crystal Glass Company) โรงงานผลิตคริสตัลที่มีชื่อเสียงระดับโลก หรือที่รู้จกกันในชื่อ สวารอฟสกี้ คริสตัล เวิลด์ (Swarovski Crystal World) แห่งแรกของโลก ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลักของเมืองไปแล้ว สวารอฟสกี้ เป็นกลุ่มบริษัทครอบครัวผู้ผลิตคริสตัลชั้นนำของโลก ซึ่งได้ก่อตั้งขึ้นกว่า100 ปี ณ เมืองวัตเทน แคว้นทีโรล ประเทศออสเตรีย โดยมีผู้ก่อตั้งคือ แดเนียล สวารอฟสกี้ ซึ่งเดินทางจากโบฮีเมียมาตั้งรกรากอยู่ที่แคว้นทีโรล ประเทศออสเตรีย ในปี ค.ศ.1995 ได้มีการเปิดสวารอฟสกี้คริสตัลเวิลด์ เป็นพิพิธภัณฑ์คริสตัลเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมงานคริสตัลเครื่องแก้วคริสตัล “สวารอฟสกี้” ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก และนำเสนอคริสตัลในแนวศิลปะด้วยแสง สี เสียง รวมทั้งยังสามารถออกแบบได้ทุกรูปแบบตามต้องการ
  • ให้ท่านชม Swarovski Kristallwelten Store ที่กว้างขวางและเต็มไปด้วยความระยิบระยับ คุณจะได้พบกลุ่มผลิตภัณฑ์ครบทุกชนิด ตั้งแต่อัญมณีและเครื่องประดับ จนถึงประติมากรรมขนาดเล็ก และ SWAROVSKI OPTI  อิสระให้ท่านเลือกซื้อหรือชมตามอัธยาศัย
  • นําท่านเดินทางสู่เมือง อินน์สบรูค (Innsbruck) หนึ่งในสามเมืองเอกด้านการท่องเที่ยวของประเทศออสเตรีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอิน “Inn River” และโอบล้อมไปด้วยเทือกเขาเอลป์ เดิมเป็นเมืองตากอากาศของจักรพรรดิ แม็กซิมิเลียนแห่งราชวงศ์ฮอฟบวร์ก เพราะอากาศดีมากผู้ที่เข้ามาปกครองจักรวรรดิออสเตรียต่างก็ต้องติดใจมาพักผ่อนในเมืองแห่งนี้

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำท่านสัมผัสบรรยากาศ Nordkette Cable Car ซึ่งเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1928 แต่ได้ผ่านการปรับปรุงมาหลายต่อหลายครั้ง รวมถึงการแปลงโฉมครั้งล่าสุดให้ดูทันสมัยขึ้น รถกระเช้าและสถานีสองแห่งได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกที่มีรางวัลเป็นประกันอย่างซาฮา ฮาดิด แม้แต่ตัวอาคารเองซึ่งมีรูปร่างโค้งมนคล้ายเมฆก็ยังเป็นจุดที่น่าถ่ายภาพแม้ไม่มีทิวทัศน์ภูเขาโดยรอบก็ตาม
  • นำท่านเดินทางสู่สถานี Congress เพื่อนำท่านนั่งรถไฟสู่สถานี Hungerburg จากนั้นนำท่านเปลี่ยนเป็นนั่งกระเช้า เดินทางสู่สถานี Seegrube ที่ความสูง 1,905 เมตรในวันที่อากาศสดใส คุณจะเห็นไปไกลถึงชายแดนอิตาลีซึ่งมีหุบเขาและหุบเหวอยู่ตรงกลางจากนั้นนำท่าน นั่งกระเช้าขึ้นไปถึงสถานีสุดท้ายคือ Hafelekar ซึ่งอยู่ที่ความสูง 2,255 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ตื่นตาตื่นใจกับความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงระหว่างหุบเขาแห่ง Innsbruck ทางฝั่งหนึ่งกับธรรมชาติแสนบริสุทธิ์ของเทือกเขาแอลป์อีกฝั่งหนึ่ง ให้ท่านได้มีเวลาถ่ายรูปตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ด้านล่าง
  • นำท่านเดินทางกลับสู่เมืองอินน์สบูรค
  • นําท่านถ่ายรูปด้านนอกกับ อาคารหลังคาทองคํา (Goldenness Dachl) ที่สร้างขึ้นด้วยความประณีตละเอียดอ่อน และมีอายุเก่าแก่กว่า 500 ปี จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ประทับใจกับ เฮลบลิงเฮ้าส์ (Helblinghaus) ตึกสมัยโกธิคตอนปลายที่มีการเพิ่มศิลปะแบบโรโค เข้าไปในศตวรรษที่18 ทําให้ดูโดดเด่นและหรูหรายิ่งขึ้น โรงแรมโกลเดน เนอร์แอดเลอร์ (Goldener Adler Hotel) สร้างตั้งแต่ ค.ศ.ที่16 เป็น โรงแรมที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองและยังเคยใช้ต้อนรับ อาคันตุกะจากต่างแดน มาแล้วอย่างมากมาย อิสระให้ท่านเดินช้อปปิ้งตามอัธยาศัย

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

GRAUER BAR HOTEL INNSBRUCK หรือระดับเทียบเท่า  4 ดาว

DAY6

อินน์สบูร์ก – มิดเท็นวาลด์ - การ์มิสช์ – ยอดเขาซุกสปิตเซ่ ( TOP OF GERMANY) - ปราสาทลินเดอร์ฮอฟ - โอเบอร์อัมเมอร์เกา - ฟุสเซ่น

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก 

  • นำท่านออกเดินทางสู่เมือง มิดเท็นวาลด์ (Mittenwald) พรมแดนระหว่างเยอรมันกับออสเตรีย หมู่บ้านเล็กๆ ล้อมรอบไปด้วยเทือกเขาเอลป์ และได้ขึ้นชื่อว่าเป็น1 ใน 10 หมู่บ้านติดอันดับความสวยของเยอรมัน  ถือเป็นสถานที่ UNSEEN ของเยอรมันด้วย นำท่านชมเมืองสูดอากาศอันบริสุทธิ์ เดินเล่นนั่งจิบกาแฟ ชมวิวทิวทัศน์หรือเลือกสินค้าที่ระลึก
  • นำท่านเดินทางสู่ ยอดเขาซุกสปิตเซ่ (ZUGSPITZE) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเยอรมนี ให้ท่านเก็บภาพประทับใจจากจุดชมวิวบนยอดเขาที่สูงที่สุดใน เยอรมนีคือ 9,721 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล ที่ทำให้เกิดกิจกรรมการท่องเที่ยวได้ทั้งปีคือ สกีในฤดูหนาวและเดินเขาในฤดูร้อน เมื่อมองจากยอดเขาจะเห็นทิวทัศน์งดงามกว้างไกลไปถึง 4 ประเทศด้วยกันคือ เยอรมนี ออสเตรีย อิตาลีและสวิสเซอร์แลนด์โดยมียอดเขาที่อยู่เคียงกันอีก 3 ยอดคือ แอล์ปสปิตซ์ (Alpspitz), ครอยเซ็ค (Kreuzeck) และแวงค์ (Wank) ซึ่งล้วนแต่เป็นสวรรค์ของนักเดินทางและนักสกีทั้งสิ้น นิทรรศการศิลปะบนที่สูงที่สุดและซุกสปิตซ์ปลาต ธารน้ำแข็งสายเดียวของเยอรมนีที่ยามหิมะตกหนา ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มิถุนายน กลายเป็นเส้นทางสกีให้เลือกเล่นหลายระดับ อิสระท่านตามอัธยาศัย

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

  • นำท่านเดินทางกลับสู่ด้านล่าง จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองโอเบอร์อัมเมอร์เกา (Oberammergau) ชื่อเมืองมาจากคำ 3 คำ Ober ก็คือ Upper ส่วน Ammer ก็คือ ชื่อแม่น้ำที่อยู่ตรงนั้น ส่วน Gau ก็คือ เขตแดน แปลง่ายๆ ก็คือ ดินแดนที่อยู่เหนือแม่น้ำอัมเมอร์ เมืองเป็นศูนย์กลางของศิลปะการวาดภาพบนผนังที่มีชื่อเสียงด้านการเพ้นท์กำแพงบ้านให้สวยงามในประเทศเยอรมัน ทำให้บ้านเรือนในเมืองนี้รวมถึงร้านค้าแทบทุกหลังมีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ตลอดทางเดินจะมีร้านค้าส่วนใหญ่มีสินค้าจำพวกของที่ระลึกที่ใช้ฝีมือทำจากไม้ ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตา บ้านนก ที่กั้นประตู รูปไม้กางเขน อิสระให้ท่านเดินเล่นตามอัธยาศัย
  • นำท่านเข้าชม ปราสาทลินเดอร์ฮอฟ (Linderhof) เป็น 1 ใน 3 ปราสาทที่พระเจ้าลุควิคที่ 2 ได้สร้างขึ้นมานับเป็นปราสาทหลังที่ 2 ที่พระองค์ได้เสด็จไปเยือนฝรั่งเศสในปี ค.ศ.1867 เพราะความประทับใจในพระราชวังแวร์ซายน์ จุดประสงค์เพื่อใช้ล่าสัตว์และถือว่าเป็นปราสาทที่เล็กที่สุดใน 3 ปราสาทที่พระองค์ทรงสร้างขึ้น โดยใช้เวลาสร้างถึง 4 ปี แบบศิลปะร็อกโคโคแบบฝรั่งเศส  นำท่านเข้าชมห้องภายในปราสาท ซึ่งเปิดให้ท่านชมเพียง 9 ห้องเท่านั้น เช่น บัลลังก์เปลือกหอย,ห้องบรรทมห้องเสวย,ห้องแต่งตัว เป็นต้น ซึ่งถูกตกแต่งได้อย่างวิจิตรอลังการมาก ถือว่าเป็นปราสาทเล็กๆ แต่อัดแน่นไปด้วยสถาปัตยกรรมและความสวยงามจริงๆ จากนั้นอิสระให้ท่านถ่ายรูปพอสมควร
  • นำท่านเดินทางสู่เมือง ฟุสเซ่น (Fussen) เมืองฟุสเซ่นตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเยอรมัน เป็นเมืองเก่ามาตั้งแต่ครั้งจักรวรรดิโรมัน เมืองฟุสเซ่นนั้นขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของตัวตึกรามบ้านช่องเพราะทั้งเมืองจะมีหลากสีสันมากเหมือนกับลูกกวาดสีสวยๆ ทั้งเมืองจนได้รับสมญานามว่า City of candy

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน 
 LUITPOLDPARK-HOTEL หรือระดับเทียบเท่า  4 ดาว 

หมายเหตุ : โรงแรมเมืองฟุสเซ่นมีจำกัด หากโรงแรมเต็มทาง บริษัทขอสงวนสิทธิ์ย้ายไปนอนเมืองใกล้เคียง

DAY7

ฟุสเซ่น - ปราสาทนอยชวานสไตน์ - สะพานแขวน Highline 179 (Unseen) - มิวนิค

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก 

  • นำท่านเดินทางสู่เมืองชวานเกา ( Schwangau) หมู่บ้านเล็กๆ ที่เป็นที่ตั้งของปราสาทอันโด่งดัง
  • นำท่านเดินทางสู่ ปราสาทนอยชวานชไตน์ (Schloss Neuschwanstein) เป็นปราสาทตั้งอยู่ในเทือกเขาแอลป์แถบแคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี สร้างในสมัยพระเจ้าลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรีย ในช่วง ค.ศ. 1845-86 เป็นปราสาทที่งดงามมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก และเป็นต้นแบบของการสร้างปราสาทเทพนิยายเจ้าหญิงนิทรา ที่สวนสนุกดิสนีย์แลนด์และโตเกียวดิสนีย์แลนด์ รวมไปถึงที่แดนเนรมิต พระเจ้าลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรียมีพระประสงค์ให้จัดสร้างเพื่อเป็นที่ประทับอย่างสันโดษ ห่างจากผู้คน และเพื่ออุทิศให้แก่กวีชื่อริชาร์ด วากเนอร์ผู้ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างให้เป็นไปตามบทประพันธ์เรื่องอัศวินหงษ์ (Swan Knight Lohengrin) ดังนั้นปราสาทแห่งนี้จึงได้รับการตกแต่งตามเรื่องร่าวในบทประพันธ์ดังกล่าว ปราสาทแห่งนี้ได้รับการออกแบบโดยคริสทีอัน ยังค์ (Christian Jank) ซึ่งเป็นนักออกแบบทางการละคร มากกว่าที่จะเป็นสถาปนิก นำท่านขึ้นรถมินิบัส เพื่อขึ้นเข้าชมตัวของปราสาท ซึ่งอยู่บนเนินเขาสูงที่สร้างจากบัญชากษัตริย์ลุดวิกที่ 2 ที่ต้องการสร้างปราสาทตามเทพนิยายของริชาร์ด วากเนอร์ ศิลปินคนโปรดของพระองค์
  • นำท่านชมวิวสวยจากสะพานแมรี่จุดที่ถ่ายรูปกับปราสาทนี้ได้ดีที่สุด (เวลาเปิดปิดขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) ดั่งรูปโปสเตอร์ โปสการ์ดต่างๆ ซึ่งความงามนี้ยังทำให้ปราสาทแห่งนี้เป็นปราสาทต้นแบบที่วอลท์ดีสนีย์ได้นำมาสร้างเป็นปราสาทในภาพยนตร์การ์ตูนและเป็นสัญลักษณ์ของบริษัทดิสนีย์ด้วย จากนั้นนำท่านเข้าชมด้านในของปราสาท ให้ท่านได้ชมห้องต่างๆซึ่งมีความวิจิตรพิสดารเป็นอย่างยิ่ง จากนั้นได้เวลานำท่านลงจากปราสาทด้านล่างด้วยรถม้า ให้ท่านสนุกสนานเปลี่ยนบรรยากาศและไม่ต้องย้อนเส้นทาง  หมายเหตุ : เนื่องจากปราสาทนอยชวานสไตน์ตั้งอยู่บนภูเขา ซึ่งในหน้าหนาวทำให้มีหิมะปกคลุม อาจมีการปรับเปลี่ยนรายการการขึ้นลง หรือการเข้าชมปราสาทเนื่องมากจากสภาพอากาศ หรือวันหยุดสำคัญต่างๆ)

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำท่านเดินทางสู่เขตอุทยานของ Reutte natural park
  • นำท่านชมสะพานแขวน Highline 179 สะพานแขวนที่ได้รับรองจาก Guinness World Record ว่าเป็นสะพานแขวนเดินข้ามที่ยาวที่สุด โดยตัวสะพานพาดผ่านถนนสาย B179 ระหว่างซากปราสาท Ehrenberg และ ป้อมปราการ Claudia โดยมีความสูงจากพื้นประมาณ 115 เมตร มีความยาว 406 เมตร
  • อิสระให้ท่านเดินเล่นบนสะพานแขวนถ่ายรูปตามอัธยาศัย จากนั้นได้เวลานำท่านเดินทางสู่เมืองชวานเกา
  • นำท่านเดินทางสู่ นครมิวนิค (MUNICH) เมืองที่เต็มไปด้วยความสวยงามด้านสถาปัตยกรรมในหลายรูปแบบ ไม่ว่าแบบเรอเนซองส์ คลาสสิคหรือทันสมัย

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
 
SHERATON ARABELLA PARK HOTEL หรือระดับเทียบเท่า  4 ดาว

DAY8

มิวนิค - BMW WELT - พระราชวังเรสซิเดนส์ - จัตุรัสมาเรียน - ช้อปปิ้ง

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก 

  • นำท่านเข้าชม  BMW WELT  พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ยานยนต์ของค่ายใบพัดสีฟ้า บีเอ็มดับเบิ้ลยู ที่มีกว่า 100 ปี ท่านจะได้ชมนวัตกรรมยานยนต์ใหม่ๆ ณ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้  อิสระให้ท่านชมรถที่นำมาจัดแสดงตามอัธยาศัย หรือ เลือกซื้อสินค้า ของที่ระลึกภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้
  • นำท่านเข้าชม พระราชวังเรสซิเดนซ์ มิวนิค (Residenz Munich) หรือ Residenz München สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1385 ที่นี่ถูกยกให้เป็นพระราชวังใจกลางเมืองที่มีชื่อเสียง และมีขนาดใหญ่มากที่สุดของประเทศเยอรมัน เคยเป็นที่ประทับและทรงงานของกษัตริย์แห่งแคว้นบาเยิร์นมากว่า 500 ปี! และยังเป็นที่ตั้งของรัฐสภาเยอรมันในสมัยนั้นๆ อีกหลายยุคสมัยด้วย ซึ่งภายหลังเกิดการปฏิวัติทำให้บ้านเรือนและชุมชนพังเสียหายมากมาย รวมทั้งพระราชวังเรสซิเดนซ์ด้วย ในปี ค.ศ. 1918 เมื่อเหตุการณ์บ้านเมืองสงบลง พระราชวังและรัฐสภาแห่งนี้ก็ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์การออกแบบภายใน ใช้เป็นที่เก็บสะสมงานทางศิลปะและเป็นคลังเก็บสมบัติของกษัตริย์ รวมถึงมีอนุสาวรีย์หินสลักภาพภาพของผู้อุปถัมภ์ผู้ปกครองจาก House of Wittelsbach ผู้ปกครองบาวาเรียตั้งแต่ ศตวรรษที่ 17 เป็นต้นไป และเปิดให้ประชาชนเข้าชมตอนปี ค. ศ. 1920 แต่ไม่นานหลังจากนั้นก็เกิดสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อสงครามสิ้นสุดลงพระราชวังเรสซิเดนซ์จึงถูกสร้างขึ้นใหม่ในปี ค. ศ. 1945 พร้อมทั้งมีการสร้างพิพิธภัณฑ์ของกรมบาวาเรียพาเลซ และสถาบันทางวัฒนธรรมอื่นๆ และที่นี่ยังเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในบาวาเรียคอมเพล็กซ์ด้วย

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารไทย

  • นำท่านเดินทางสู่ จตุรัสมาเรียน พลัทซ์ (Marienplatz) หรือ จัตุรัสมารี (Mary) แลนด์มาร์คใจกลางเมือง ในอดีตพื้นที่นี้เคยเป็นตลาดเรียกว่าตลาดสี่เหลี่ยมภายหลังได้กลายเป็นที่ตั้งของ New Town Hall ได้รับการออกแบบและตกแต่งในสไตล์โกธิค ในบริเวณจตุรัสประกอบไปด้วย ศาลากลางเก่าที่มีซุ้มประตูและหอคอย ศาลาว่าการ New Town สถาปัตยกรรมเสารูปปั้นของพระแม่มารีสีทอง น้ำพุปลา และหอคอย Glockenspiel ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ในช่วงฤดูร้อนจะมีการโชว์ระบำตุ๊กตาในช่วงเวลา 11.00 น. – 12.00 น. และ 17.00 น.จากนั้นให้ท่านอิสระช้อปปิ้งตามอัธยาศัย หรือเลือกเดินเล่นชมเมืองถ่ายรุปบริเวณจัตุรัสมาเรียน ตามอัธยาศัย

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง  ขาหมูเยอรมัน + เบียร์
SHERATON ARABELLA PARK HOTEL หรือระดับเทียบเท่า  4 ดาว

DAY9

มิวนิค – พระราชวังนึมเฟ่นบรว์ก - สนามบิน

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก 

  • นำท่านแวะถ่ายรูปด้านนอกกับพระราชวังฤดูร้อนนึมเฟ่นบรว์ก (Nymphenburg Palace) เป็นพระราชวังสมัยศตวรรษที่ 18 ที่ยังคงงดงามด้วยสไตล์เรียบหรู บนพื้นที่พระราชวังและอุทยานที่มีการจัดภูมิทัศน์อย่างลงตัว จุดโดดเด่นอยู่ที่การตกแต่งภายในที่ยังคงมีความวิจิตรข้ามสมัย ทำให้นักท่องเที่ยวอยากไปชมให้เห็นกับตาจุดเริ่มต้นของพระราชวังแห่งนี้ เป็นดำริของ Ferdinand Maria และ Henriette Adelaide ในการสร้างพระราชวังฤดูร้อนให้แก่พระราชโอรส Maximilian II Emanuel ในปีค.ศ.1664 และมีการขยาย ตกแต่งในรูปแบบสถาปัตยกรรมแนวบาร็อค และปรับเปลี่ยนอีกครั้งในช่วงศตวรรษที่ 18 ปลายๆ จนได้เป็นพระราชวังงดงามเช่นปัจจุบัน พระราชวังแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ประสูติของพระเจ้าลุควิคที่ 2 อีกด้วย
  • จากนั้นได้เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบิน ให้ท่านได้มีเวลาทำ TAX REFUND
  • 14.20 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย  เที่ยวบินที่ TG 925
DAY10

สนามบินสุวรรณภูมิ (กรุงเทพฯ)

  • 06.30 น.  เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร โดยสวัสดิภาพ


แชร์ให้เพื่อน