ทัวร์น่านเนิบๆ ปัว บ่อเกลือ สะปัน ดอยภูคา ถนนลอยฟ้า 5วัน 4คืน


Tour Recommend, Tour by HappyLongway

รายละเอียดโปรแกรมทัวร์-ทัวร์น่านเนิบๆ ปัว บ่อเกลือ สะปัน ดอยภูคา ถนนลอยฟ้า 5วัน 4คืน

รหัสทัวร์ : ทัวร์น่านเนิบๆ ปัว บ่อเกลือ สะปัน ดอยภูคา ถนนลอยฟ้า 5วัน 4คืน
ระยะเวลา 5 วัน 4 คืน
สายการบิน : AIR ASIA (FD)

กำหนดการเดินทาง

รอบที่ วันเดินทาง ราคา
1 13 ต.ค. 63 - 17 ต.ค. 63 เริ่มต้น 29,900.- บาท
2 10 พ.ย. 63 - 14 พ.ย. 63 เริ่มต้น 29,900.- บาท

สถานที่สำคัญ

  • 1
    สัมผัสความสวยงามของถนนลอยฟ้าเส้นทาง สันติสุข – บ่อเกลือ ถนนหมายเลข 1081
  • 2
    แวะพักที่ เดอะวิว @ กิ่วม่วง ร้านกาแฟวิวดี ที่ตั้งอยู่ริมทางไหล่เขา
  • 3
    ชม นาข้าวขั้นบันได โครงการปิดทองหลังพระ ตามแนวพระราชดำริ
  • 4
    ชม บ่อเกลือสินเธาว์โบราณ บ่อเกลือบนภูเขา
  • 5
    บ้านสะปัน ชุมชนเล็กๆ แสนสงบ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติของขุนเขา มีลำธารไหลผ่าน
  • 6
    ชื่นชมธรรมชาติ และพรรณไม้นานาชนิด ณ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา
  • 7
    สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และ ชมวิวลานทุ่งนามุมสูง ณ วัดภูเก็ต
  • 8
    พักผ่อนชมวิว ชิมกาแฟร้านดัง ที่ร้านกาแฟบ้านไทลื้อ
  • 9
    ชม หอศิลป์ริมน่าน เป็นหอแสดงงานศิลปะขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า 13 ไร่
  • 10
    ลิ้มรสขนมหวานป้านิ่ม ร้านขนมหวานเจ้าดังของจังหวัดน่าน
  • 11
    สักการะพระธาตุบนยอดดอย ณ วัดพระธาตุเขาน้อย
  • 12
    ชมภาพเขียนชื่อดัง “กระซิบรักบันลือโลก " ณ วัดภูมินทร์
  • 13
    สักการะ พระบรมธาตุแช่แห้ง พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของชาวน่าน

HappyLongWay
ขอนำเสนอโปรแกรมทัวร์ทั่วไทย
ทัวร์น่านเนิบๆ
ปัว บ่อเกลือ สะปัน ดอยภูคา ถนนลอยฟ้า 5 วัน 4 คืน
โดยสายการแอร์เอเชีย (FD)

“ แนบชิดธรรมชาติ ท้องทุ่งนาเขียวขจี สัมผัสวิถีชีวิตชุมชน ชมบ่อเกลือสินเธาว์โบราณ เดินทางสู่เส้นทางในฝันถนนลอยฟ้าเส้นทาง สันติสุข – บ่อเกลือ ถนนหมายเลข 1081 ชมพรรณไม้นานาชนิด  ณ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา เสริมสร้างสิริมงคลให้กับชีวิต ณ วัดภูเก็ต,วัดศรีมงคล,วัดพระธาตุเขาน้อย  รับประทานอาหารร้านดัง แสนอร่อย พร้อมพักผ่อนกับที่พักสุดโรแมนติค  

DAY1

สนามบินดอนเมือง – น่าน - บ่อเกลือ - นาข้าวขั้นบันได

  • 05.00 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินดอนเมือง เคาน์เตอร์ สายการบินแอร์เอเชีย (FD) พบเจ้าหน้าที่บริษัทอำนวยความสะดวกในการเช็คอิน
  • 07.10 น.  ออกเดินทางสู่สนามบินน่านนคร  โดยสายการบินแอร์เอเชีย (FD) เที่ยวบินที่ FD3554
  • 08.35 น. เดินทางถึงสนามบินน่านนคร
  • นำท่านเดินทางโดยรถตู้ V.I.P. ปรับอากาศ สู่ อ.บ่อเกลือ โดยนำท่านสัมผัสความสวยงามของถนนลอยฟ้าเส้นทาง สันติสุข – บ่อเกลือ ถนนหมายเลข 1081 ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 38-39 โดยโค้งเลข 3 นี้ มีระยะทางประมาณ 300 เมตร ซึ่งก่อนจาก การก่อสร้างถนนที่ลัดลาะตามแนวธรรมชาติของเส้นทางนี้ ทำให้เมื่อขับรถมาถึงบริเวณจุดดังกล่าว จะมองเห็นถนนที่โค้ง คล้ายกับเลข 3 โดดเด่นขึ้นมาสวยงาม โดยบริเวณ 2 ข้างทาง ปกคลุมไปด้วยต้นไม้ มีความสวยงามตลอด 2 ข้างทาง

  • ระหว่างทางนำท่านแวะพักที่ เดอะวิว @ กิ่วม่วง  ร้านกาแฟวิวดี ที่ตั้งอยู่ริมทางไหล่เขา บนเส้นทางระหว่าง อ.เมืองน่าน-สันติสุข-บ่อเกลือ ห่างจากเมืองน่านประมาณ 25 กม.  มีวิวทิวทัศน์สวยงามมองเห็นวิวภูเขาเขียวขจี บวกกับการตกแต่งร้านสไตล์ล้านนาที่เข้ากับธรรมชาติ ทำให้ เดอะวิว @ กิ่วม่วง กลายเป็นร้านกาแฟสำหรับพักระหว่างทางที่หลายคนนิยมมานั่งพัก จิบเครื่องดื่ม ชมบรรยากาศสวยๆ พร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์ เติมความสดชื่นได้อย่างดีเยี่ยม

  • จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ บ่อเกลือ มีชื่อเสียงในด้านการทำเกลือบน ภูเขาที่ไม่มีที่ใดเหมือน การผลิตเกลือสินเธาว์ เพื่อบริโภคและจำหน่ายเป็นรายได้อีกทางหนึ่ง บ่อเกลือนี้มีมาแต่โบราณ และจะนำไปจำหน่ายยังกรุงสุโขทัย เชียงใหม่ เชียงตุงหลวงพระบาง รวมถึงสิบสองปันนา จีนตอนใต้เมื่อก่อนนี้จะมี บ่อเกลือ หลายบ่อ แต่เดี๋ยวนี้ได้แห้งไปหมด เหลืออยู่เพียงสองบ่อเท่านั้น ซึ่งเป็นบ่อเกลือสาธารณะอยู่ 2 บ่อ ชาวบ้านจะเรียกว่า บ่อเหนือและบ่อใต้

    ***โปรแกรมทัวร์อาจมีการเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ในวันนั้นๆ***

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

  • นำท่านเดินทางสู่ นาข้าวขั้นบันได โครงการปิดทองหลังพระ ตั้งอยู่ใน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ เป็นโครงการตามแนวพระราชดำริจัง ซึ่งจังหวัดน่าน เป็นจังหวัดนำร่องสืบสานแนวพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  โดยแนวทาง ของโครงการ ก็คือ เริ่มต้นด้วยการลดการใช้พื้นที่ป่า แสวงหาวิธีปลูกข้าวแบบใหม่ โดยนำวิธีการทำนาขั้นบันไดบนพื้นที่ ภูเขา แทนข้าวไร่   เพื่อแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน โดยเน้นให้ชาวบ้านคิดเอง แต่ภาครัฐจะเข้าไปให้ความรู้เพื่อหาต้นแบบที่เหมาะสม ในการแก้ปัญหาการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับป่าใน พื้นที่ป่าต้นน้ำ  โครงการที่นี่ไม่ใช่แค่ขุดนาขั้นบันไดอย่างเดียว ยังรวมไปถึง การสร้างบ่อกักเก็บน้ำ ฝาย การปลูกถั่วเหลือง รวมไปถึงการเลี้ยงสัตว์ด้วย

  • นำท่านชม บ่อเกลือสินเธาว์โบราณ เดิมเรียกว่า “เมืองบ่อ” เพราะในอดีตเมืองนี้มีบ่อเกลือสินเธาว์ มากถึง 7 บ่อ คือ บ่อหลวง บ่อหยวก บ่อเวร บ่อน่าน บ่อกิน บ่อแคะ และบ่อเจ้า แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 2 บ่อเท่านั้น เรียกว่าบ่อเกลือเหนือ และบ่อเกลือใต้ ท่านจะได้ชมการต้มเกลือด้วยวิธีแบบดั้งเดิม โดยตักน้ำเกลือจากบ่อส่งผ่านมาตามลำไม้ไผ่สู่บ่อพัก ก่อนจะนำน้ำเกลือมาต้มในกระทะใบบัวขนาดใหญ่เคี่ยวจนน้ำงวดแห้ง จากนั้นอิสระท่านเดินเล่นตามอัธยาศัย

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารของที่พัก

BOKLUA VIEW RESORT หรือระดับเทียบเท่า

DAY2

บ่อเกลือ - สะปัน - อุทยานแห่งชาติดอยภูคา - จุดชมวิว 1715 - ปัว - วัดภูเก็ต - ร้านกาแฟไทลื้อ

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก

  • นำท่านเดินทางสู่ บ้านสะปัน ตั้งอยู่ในอำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน เป็นชุมชนเล็กๆ แสนสงบ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติของขุนเขา มีลำธารไหลผ่าน และในช่วงหน้าฝนฤดูทำนา ยังสามารถชมวิวทิวทัศน์ของนาข้าวเขียวขจีได้อีกด้วย หมู่บ้านสะปัน เหมาะสำหรับมาพักผ่อน ปล่อยชีวิตให้เดินไปอย่างช้า ๆ

    ***โปรแกรมทัวร์อาจมีการเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ในวันนั้นๆ***

  • นำท่านออกเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา โดยครอบคลุมพื้นที่ใน 8 อำเภอ คือ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอทุ่งช้าง อำเภอเชียงกลาง อำเภอปัว อำเภอท่าวังผา อำเภอสันติสุข อำเภอแม่จริม และอำเภอบ่อเกลือ จุดเด่นของอุทยานแห่งชาติดอยภูคา คือ การได้มาชมต้นชมพูภูคา พันธุ์ไม้ที่ได้ชื่อ ว่าหายากที่สุดในโลกชนิดหนึ่ง เคยพบในมณฑลยูนนานของจีน ก่อนจะสูญพันธุ์ไป และมีการค้นพบอีกครั้งใน ประเทศไทยที่ดอยภูคา จังหวัดน่าน พันธุ์ไม้ชนิดนี้จึง หลงเหลืออยู่ในโลกเพียงแห่งเดียวเท่านั้นที่ประเทศไทย ในรอบหนึ่งปี ชมพูภูคาจะออกดอกสีชมพูเป็นช่อสวย สดใสเฉพาะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์เท่านั้น นำท่านชมความงดงามของธรรมชาติตามอัธยาศัย

  • นำท่านเดินทางสู่ จุดชมวิว 1715 เป็นจุดชมวิวดูพระอาทิตย์ขึ้นของดอยภูคา ตัวเลข 1715 บอกถึง ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล โดยในช่วงปลายฝนต้นหนาวมีโอกาสที่จะได้เห็นทะเลหมอกจากจุดนี้อีกด้วย จนกระทั่งได้เวลาพอสมควร

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

  • นำท่านเดินทางสู่ วัดภูเก็ต เป็นวัดที่อยู่ใน อ.ปัว จ.น่าน ไม่ได้อยู่ในจังหวัดภูเก็ต ตามชื่อของวัด ส่วนที่มาของชื่อวัดมาจาก ตัววัดตั้งอยู่บนเนินเขา ซึ่งทางภาคเหนือ เรียกว่า “ภู” ส่วนคำว่า “เก็ต” มาจากวัดตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านเก็ต ดังนั้นจึงได้ชื่อว่า “วัดภูเก็ต” ตามลักษณะที่ตั้ง โดยวัดนี้มีพระครูสุทินนันทธรรม เจ้าคณะอำเภอบ่อเกลือ เป็นเจ้าอาวาส วัดแห่งนี้ เป็นวัดที่มีวิวทิวทัศน์สวย เนื่องจากตั้งอยู่บนเนินเขาจึงเห็นวิวในมุมสูง เห็นวิวได้กว้าง ลานชมวิวของวัดจะเห็นทุ่งนา ร้านตูบนาไทลื้อ ร้านกาแฟชื่อดังของอำเภอปัว และลำธารอยู่ด้านล่าง  ส่วนด้านหลังเป็น อุทยานดอยภูคา ในตอนเช้าวัดนี้เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น มีอุโบสถทรงล้านนาประยุกต์ จิตรกรรม ฝาผนังสามมิติ เป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อแสนปัว หรือ หลวงพ่อพุทธเมตตา” ที่ศักดิ์สิทธิ์ ผินพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก บริเวณวัดมีต้นดิกเดียม ต้นไม้หายาก และเป็นต้นไม้แปลก เมื่อมีคนมาสัมผัสที่ลำต้น ใบที่บริเวณยอดจะสั่นไหว คล้ายกับมีลมพัดผ่าน เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว

  • เดินทางสู่ ร้านกาแฟบ้านไทลื้อ มีลักษณะเป็นซุ้มไม้เล็กๆ ตกแต่งสไตล์ไทลื้อ ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งนา ซึ่งยามหน้าฝนแบบนี้ นาข้าวจะเขียวขจีเต็มท้องทุ่ง พร้อมวิวของเทือกเขาดอยภูคาสูงตระหง่านเป็นฉากหลัง และมีสะพานไม้ทอดยาวเชื่อมต่อกับร้านลำดวนผ้าทอ สามารถแวะมาซื้อของที่ระลึกก่อนกลับ ทั้งผ้าทอเมืองน่าน, ผ้าไทลื้อ, ผ้าทอพื้นเมือง, ชุดเสื้อผ้าสำเร็จรูปสไตล์พื้นเมือง และของที่ระลึกอีกมากมาย ในราคาย่อมเยา

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารของโรงแรมที่พัก

NANNIRUN RESORT หรือระดับเทียบเท่า

DAY3

ปัว – ท่าวังผา - วัดศรีมงคล – หอศิลป์ริมน่าน - เมืองน่าน - ขนมหวานป้านิ่ม - วัดพระธาตุเขาน้อย

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก 

  • นำท่านเดินทางสู่ วัดศรีมงคล หรือวัดบ้านก๋ง ที่บ้านก๋ง ตำบลยม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน เป็นวัดเก่าแก่ที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาตั้งแต่ พ.ศ.2395 และมี “หลวงปู่ครูบาก๋ง” หรือพระครูมงคลรังสี เป็นพระสงฆ์ที่ชาวบ้านในแถบนี้ต่างให้ความเคารพนับถือ โดยเมื่อ พ.ศ.2474 คณะศรัทธาชาวบ้านก๋งได้นิมนต์หลวงปู่มาอยู่ประจำที่วัดบ้านก๋ง ซึ่งขณะนั้นเป็นวัดร้าง ไม่มีพระภิกษุจำพรรษา เมื่อหลวงปู่ครูบาก๋งรับนิมนต์มาอยู่วัดบ้านก๋ง ก็ได้เริ่มพัฒนาวัดโดยชักชวนชาวบ้านบูรณะซ่อมแซมและสร้างกุฏิ วิหาร อุโบสถ ฯลฯ  นำท่านสักการะพระประธานด้านในมีอายุร้อยกว่าปี ทั้งยังมีธรรมาสน์เก่าแก่ที่สวยงาม รวมถึงภาพจิตรกรรมฝาผนังที่แม้จะวาดขึ้นใหม่ แต่ก็มีความงดงามในสไตล์ดั้งเดิมคล้ายกับจิตรกรรมฝาผนังวัดภูมินทร์ อีกทั้งยังมีความน่าสนใจตรงที่บริเวณตอนล่างของผนังฝั่งประตูทางเข้าวิหารได้วาดเป็นเรื่องราวประวัติศาสตร์น้ำนองหลวง (มหาอุทกภัย) ท่วมเมืองยม พ.ศ.2424 ซึ่งเป็นเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่เมืองยม บริเวณริมแม่น้ำย่าง จนเป็นเหตุให้ชาวเมืองยมต้องย้ายที่อยู่มายังพื้นที่ที่สูงขึ้น ส่วนพื้นที่ติดกับแม่น้ำย่างปัจจุบันชาวบ้านเรียกว่า “นาบ้านห่าง” บริเวณนี้ก็ยังพบข้าวของเครื่องใช้โบราณอยู่ นอกจากนั้นแล้วที่วัดก็ยังมี “พิพิธภัณฑ์มงคลธรรมรังสี” (หอคำหลวง) เป็นเรือนไม้สักทองทรงล้านนา เมื่อขึ้นไปชมด้านบนจะได้พบกับหุ่นเหมือนหลวงปู่ครูบาก๋ง และข้าวของโบราณล้ำค่าต่างๆ อาทิ พระพุทธรูป ตู้พระธรรม อาวุธ หม้อไหโบราณ ใบเกิดของคนล้านนาโบราณที่จารึกบนใบลาน เป็นต้น นอกจากนี้ท่านยังสามารถชมวิวที่ทุ่งนากว้างใหญ่ที่ลานวัด บริเวณนี้ทางวัดทำเป็นจุดชมวิวถ่ายภาพ มีร่มกระดาษให้ถือเพิ่มความเก๋ มองไปด้านล่างเห็นทุ่งนาเขียวขจีมีฉากหลังเป็นภูเขาสูงใหญ่ของดอยภูคา

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

  • นำท่านเข้าชม หอศิลป์ริมน่าน เป็นหอแสดงงานศิลปะขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า 13 ไร่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่าน เป็นแหล่งรวมศิลปะและวัฒนธรรมของจังหวัดน่าน ก่อตั้งและดำเนินการโดยศิลปินชาวน่าน วินัย ปราบริปู ศิลปินชาวน่านชื่อดังที่รักใน ศิลปะที่ต้องการสร้างหอศิลป์เพื่อรวบรวมงานศิลปะจากมันสมองของศิลปินไทยร่วมสมัยที่มีผลงานการสร้างสรรค์และมีเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป อีกทั้งยังมีการแสดงผลงานจิตรกรรมและประติมากรรมของคุณวินัย  ในรูปแบบกึ่งนิทรรศการถาวรให้ได้ชมเกือบตลอดปีขึ้น ในสภาพภูมิประเทศที่เป็นธรรมชาติ เพื่อให้คนที่มาเสพศิลปะนั้นได้ความรู้สึกสบายใจและพักผ่อนไปด้วย

  • นำท่านเดินทางสู่เมืองน่าน นำท่านลิ้มรสขนมหวานป้านิ่ม ร้านขนมหวานเจ้าดังของจังหวัดน่าน ที่นักท่องเที่ยวมาแล้วคงไม่พลาดจะต้องแวะชิม เมนูของหวานที่ร้านของหวานป้านิ่มมีให้เลือกมากมาย ทั้งแบบร้อนๆ เช่น บัวลอยไข่หวาน ข้าวเหนียวดำเปียกเผือกมะพร้าวอ่อน เต้าส่วน และแบบเย็นชื่นใจ อย่างรวมมิตรน้ำแข็งไส ไอศกรีมสลิ่ม ไอศกรีมกะทิสดปั่น เป็นต้น ให้ท่านได้ลิ้มรสชาติความอร่อยตามอัธยาศัย

  • เดินทางสู่ วัดพระธาตุเขาน้อย ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน เป็นวัดราษฎร์ องค์พระธาตุตั้งอยู่บนยอดดอยเขาน้อย ซึ่งอยู่ด้าน ตะวันตกของตัวเมืองน่าน สร้างในสมัยเจ้าปู่แข็ง เมื่อปี พ.ศ. 2030 องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ก่อ อิฐถือปูนทั้งองค์ เป็นศิลปะพม่าผสมล้านนา ภายในบรรจุพระเกศาธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัม พุทธเจ้าได้ รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ ในสมัยพระเจ้าสุริยพงศ์ผริต เดชฯ ระหว่างปี พ.ศ. 2449-2454 โดยช่างชาวพม่า และวิหารสร้างในสมัยนี้เช่นกันวัดพระธาตุเขาน้อย เป็นปูชนียสถานที่สำคัญ และเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของ จ.น่าน สันนิษฐานว่ามีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพระธาตุแช่แห้ง ตั้งอยู่บนดอยเบาน้อย สูงจากระดับน้ำทะเล ประมาณ 240 ม. หน้าวัดมีทางขึ้นเป็นบันไดนาค 303 ขั้น จากวัดพระธาตุเขาน้อย สามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบของตัวเมืองน่าน ปัจจุบันบริเวณลานชมทิวทัศน์ ประดิษฐานพระพุทธมหา อุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร บนฐานดอกบัวสูง 9 เมตร บนยอดพระเกศาทำจากทองคำหนัก 27 บาท สร้างขึ้นเนื่องในมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ฯ ทรงเจริญ พระชนมพรรษา 6 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542 กรมศิลปากรได้ทำการสำรวจและขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อปีพ.ศ.2523

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
NIRVANAN HOUSE หรือระดับเทียบเท่า

DAY4

น่าน - ชมเมือง

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก 

  • นำท่านเข้าชม โฮงเจ้าฟองคำ  สร้างจากไม้สักหลังใหญ่สไตล์ล้านนา บ้านเก่าอายุเกือบ 200ปี  โฮงเจ้าฟองคำเป็นบ้านของเจ้าฟองคำ เชื้อสายของเจ้าอนันตวรฤทธิเดชเจ้าผู้ครองนครองค์ที่ 62  คำว่า “ โฮง ” เป็นคำพื้นเมืองล้านนา หมายถึง คุ้ม หรือที่อยู่อาศัยของเจ้านายล้านนาไท  โฮงเจ้าฟองคำเป็นบ้านไม้สักยกใต้ถุนสูง รูปแบบล้านนาโบราณ หลังคาทรงจั่วมุงด้วยกระเบื้องดินขอ ประกอบด้วยเรือน 4 หลัง แบ่งเป็นห้องต่างๆ ทั้งนอน ห้องรับแขก ห้องครัว  ทั้งหมดเชื่อมต่อกันด้วยนอกชานและทางเดิน บันไดทางขึ้นบ้านอยู่ด้านหน้ามีหลังคาคลุม สำหรับไม้สักที่ใช้สร้างบ้านนั้น ใช้วิธีการผ่าและซ้อมถากด้วยขวานและมีด การประกอบตัวบ้านจึงไม่ได้ใช้ตะปู แต่จะใช้วิธีเจาะไม้และเข้าไม้โดยใช้สลักไม้  บริเวณหน้าบ้านมีบ่อน้ำ โดยรอบบ้านร่มรื่นด้วยต้นไม้นานาชนิด

  • นำท่านเดินทางสู่ ตึกรังษีเกษม เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนสองชั้น สร้างด้วยอิฐโดยช่างปั้นอิฐมาจากเชียงใหม่ เพราะคนปั้นอิฐของเมืองน่าน ยังไม่เชี่ยวชาญ ผังพื้นอาคารรูปตัวยู พื้นและเพดานสร้างด้วยไม้แบบการก่อสร้างเป็นแบบตะวันตก แต่ปรับแบบบางส่วนให้เข้ากับสภาพอากาศของประเทศไทย ปัจจุบัน ใช้เป็นทำเป็นหอประวัติศาสตร์โรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้โบราณและภาพถ่ายในอดีตของเมืองน่าน มากกว่า 1,000 ภาพ

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

  • นำท่านเดินทางสู่ วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร  เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุไว้ภายใน นับเป็น ปูชนียสถานสำคัญ เป็นเจดีย์ที่ได้รับอิทธิพลทางด้านศิลปะสุโขทัย ภายในวัดประดิษฐาน เจดีย์ช้างค้ำ ซึ่งเป็นศิลปะสมัยสุโขทัย อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 20 รอบเจดีย์มีรูปปั้นช้างปูนปั้นเพียงครึ่งตัว ประดับอยู่โดยรอบ พระธาตุเจดีย์สร้าง ด้วยอิฐถือปูน มีสัณฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสซ้อนกัน 3 ชั้น กว้างด้านละ 9 วา ฐานจากชั้นแรกสูงถึงชั้นสองมีรูปช้างค้ำอยู่ในลักษณะ เหมือนฐาน รองรับไว้ด้านละ 6 เชือก รวมทั้งหมด 24 เชือก ช้างแต่ละตัวโผล่ส่วนหัวลอย ออกมาครึ่งตัวขาหน้าทั้งคู่ยื่นพ้นออกมาจาก เหลี่ยมฐาน เหนือขึ้นไปเป็นฐานปัทม์ (ฐานบัว) ซ้อนกัน 3 ชั้น และเป็น องค์ระฆังแบบลังกา ต่อจากองค์ระฆังทำเป็นฐานเขียงรองรับ มาลัยลูกแก้ว ลดหลั่นกันไปเป็นส่วนยอด ปัจจุบันพระธาตุเจดีย์ช้างค้ำได้รับการบูรณะซ่อมแซม และหุ้นด้วยแผ่นทองเหลืองทั้งองค์มีความสวยงามมาก นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปทองคำ ปางลีลา คือ พระพุทธนันทบุรี ศรีศากยมุนี ซึ่งเป็นทองคำ 65 % สูง 145 เซ็นติเมตร ยอดพระโมฬี ทำเสริมเมื่อ พ.ศ. 2442 หนัก 69 บาท เจ้างั่วฬารผาสุม เจ้าผู้ครองนครน่านองค์ที่ 14 แห่งราชวงค์ภูคา เป็นผู้สร้างเมื่อวันพุธ เดือน 6 เหนือ พ.ศ. 1969 เป็นศิลปะสุโขทัย ประดิษฐานอยู่ที่หอพระไตรปิฎกใหญ่ที่สุดในประเทศ

  • นำท่านชม พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติน่าน ตั้งอยู่ในบริเวณคุ้มของอดีตเจ้าผู้ครองนครน่าน อาคารพิพิธภัณฑ์เดิมเป็นหอคำที่พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ  พระเจ้าน่านทรงสร้างขึ้นเป็นที่ประทับ เมื่อพุทธศักราช 2446 เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนสองชั้น แบบตรีมุขหรือรูปตัวที รูปแบบ  ผสมผสานระหว่างแบบศิลปะตะวันตกและศิลปะไทย โครงสร้างภายในเป็นไม้ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีมุขออกด้านหน้า หลังคามุงด้วยไม้แป้นเกล็ด ชม งาช้างดำ มีรูปลักษณะเป็นงาปลียาว 94 เซนติเมตร หนัก 48 กิโลกรัม งาช้างดำนี้ถือเป็นของคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดน่าน นำท่านถ่ายรูปกับ ซุ้มต้นลีลาวดี ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ ที่ขึ้นเป็นแถวเรียงรายแผ่ขยายกิ่งก้านโค้งโน้มเอียงเข้าหากันกลายเป็นอุโมงค์ต้นไม้ยิ่งใหญ่สวยงาม

  • นำท่านชม วัดภูมินทร์  เดิมชื่อ “วัดพรหมมินทร์” เป็นวัดที่แปลกกว่าวัดอื่น ๆ คือ โบสถ์และวิหารสร้างเป็นอาคารหลังเดียวกันประตูไม้ทั้งสี่ทิศ แกะสลักลวดลายโดยช่างฝีมือล้านนาสวยงามมาก นอกจากนี้ฝาผนังยังแสดงถึงชีวิตและ วัฒนธรรมของยุคสมัยที่ผ่านมาตามพงศาวดารของเมืองน่าน วัดภูมินทร์สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2139 โดยพระเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ เจ้าผู้ครอง เมืองน่านได้สร้างขึ้นหลังจากที่ครองนครน่านได้ 6 ปี มีปรากฏในคัมภีร์เมือง เหนือว่าเดิมชื่อ “วัดพรหมมินทร์” ซึ่งเป็นชื่อของเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ ผู้สร้างวัด แต่ตอนหลังชื่อวัดได้เพี้ยนไปจากเดิมเป็น วัดภูมินทร์ ความสวยแปลกของวัดภูมินทร์ที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน เป็นหนึ่งเดียวในประเทศไทยก็คือ เป็นพระอุโบสถทรงจตุรมุข พระประธานจตุรพักตร์ นาคสะดุ้งขนาดใหญ่แห่แหนพระอุโบสถเทินไว้กลางลำตัวนาค พระอุโบสถจตุรมุขนี้กรมศิลปกรได้สันนิษฐานว่า เป็นพระอุโบสถจตุรมุขหลังแรกของ ประเทศไทยพระอุโบสถ ตรงใจกลางประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ 4 องค์ หันพระพักตร์ออก ด้านประตูทั้งสี่ทิศ หันเบื้องพระปฤษฏางค์ ชนกันประทับ นั่งบนฐานชุกชี เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ผู้ที่ไปชมความงามของ พระอุโบสถนี้ไม่ว่าจะเดินขึ้นบันไดทิศใด จะพบพระพักตร์ของพระพุทธรูปทุกด้าน วัดภูมินทร์ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่สมัยเจ้าอนันตวรฤทธิเดช เมื่อ พ.ศ.2410 (ปลายสมัยรัชกาลที่ 4) ใช้เวลาซ่อม นานถึง 7 ปี จิตรกรรมฝาผนังในวิหาร หลวงเขียนขึ้นในช่วงนี้ ภาพจิตรกรรมหรือ “ฮูบแต้ม” ในวัดภูมินทร์เป็นชาดกในพุทธศาสนา แต่ถ้าพิจารณารายละเอียดของวิถีชีวิตของคนเมืองในสมัยนั้น มีภาพที่น่าสนใจอยู่หลายภาพ ภาพเด่น คือ ภาพปู่ม่านย่าม่าน ที่ถือเป็นไฮไลท์ ภายหลังได้รับการเรียกขานว่าเป็นภาพ “กระซิบรักบันลือโลก” ที่มีชื่อเสียงโด่งดังระบือไกล จนถือเป็นภาพสัญลักษณ์ประจำเมืองน่าน ที่มีการนำภาพนี้ไปสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ประดับให้เห็นกันอยู่ทั่วไป

  • อิสระท่านเดินเล่น ณ กาดข่วงเมืองน่าน ให้ท่านได้เลือกซื้อ สินค้าเกษตร สินค้าหัตถกรรม OTOP ผลิตภัณฑ์แปรรูป ผ้าทอมือลายโบราณ เครื่องเงิน ฯลฯ ทั้งอาหาร ขนม เครื่องดื่มมากมายพร้อมบริการขันโตกฟรี เพลิดเพลินกับการรับชมการแสดงศิลปะ วัฒนธรรมดนตรีพื้นเมืองจากกลุ่มนักศึกษาเป็นประจำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
 NIRVANAN HOUSE หรือระดับเทียบเท่า

DAY5

น่าน – พระบรมธาตุแช่แห้ง - สนามบินดอนเมือง – กรุงเทพฯ

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก 

  • นำท่านสักการะ พระบรมธาตุแช่แห้ง พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของชาวน่าน วัดพระบรมธาตุแช่แห้งตั้งอยู่ที่บ้านหนองเต่า ตำบลม่วงตึ๊ด กิ่งอำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน อยู่ห่างจากตัวเมืองไปราว 2กม. เส้นทางสายน่าน-แม่จริม สันนิษฐานว่ามี อายุราว 600 ปี พญาการเมืองโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1891 เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่ได้มาจาก กรุงสุโขทัย องค์พระธาตุมีีความสูง55.5 เมตร ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างด้านละ 22.5 เมตร บุด้วยทอง เหลืองหมดทั้งองค์ เป็นโบราณสถาน ที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของล้านนา ทุกปีจะมีงานนมัสการ พระบรมธาตุแช่แห้ง ระหว่างวันขึ้น 11 ค่ำ ถึง 15 ค่ำเดือน 6 ทางเหนือ ซึ่งจะอยู่ราวปลายเดือนกุมภาพันธ์หรือต้นเดือนมีนาคมของทุกปี พระบรมธาตุแช่แห้งปูชนียสถานที่สำคัญของเมืองน่าน มีอายุกว่า 600 ปี ตามพงศาวดาเมืองน่านกล่าวว่าพญาการเมืองโปรดเกล้าให้ สร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้มาจากเมืองสุโขทัยระหว่างปี พ.ศ.1891-1901 สถาปัตยกรรมด้านโบสถ์ของวัดพระธาตุแช่แห้ง ที่สำคัญและแสดงให้เห็นถึงแบบอย่างสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมสกุลช่างน่าน

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

  • จนกระทั่งได้เวลาพอสมควร นำท่านออกเดินทางสู่สนามบินน่าน
  • 14.15 น. ออกเดินสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินแอร์เอเชีย (FD) เที่ยวบินที่ FD3554
  • 15.40 น.  เดินทางถึงสนามบินดอนเมืองโดยสวัสดิภาพ…..


แชร์ให้เพื่อน