ทัวร์อิตาลี อุทยานโดโลไมท์ – ทัสคานี – ซานมาริโน –ชิงเคว์ เตเร่



รายละเอียดโปรแกรมทัวร์-ทัวร์อิตาลี อุทยานโดโลไมท์ – ทัสคานี – ซานมาริโน –ชิงเคว์ เตเร่

รหัสทัวร์ : SPECIAL ITALY 11 DAYS (TG)
ระยะเวลา 11 วัน 8 คืน
สายการบิน :

กำหนดการเดินทาง

รอบที่ วันเดินทาง ราคา
1 30 เม.ย. 63 - 10 พ.ค. 63 112,900 บาท

สถานที่สำคัญ

  • 1
    อุทยานแห่งชาติ Dolomites สวยสุดๆ และได้รับ (Unesco) สวยมากห้ามพลาด !!
  • 2
    ชมหมู่บ้าน Val di Funes หมู่บ้านมรดกโลกสุดสวยของอุทยานโดโลไมต์ สวยมากห้ามพลาด !!
  • 3
    ชมป้อมปราการกูไอตา (Guaita Tower) ป้อมปราการที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงสุดแห่งเมืองซานมาริโน
  • 4
    ชมเมือง Lucca เมืองโบราณเล็กๆที่มีประวัติศาสตร์กว่า 1,000 ปี
  • 5
    ชมหมู่บ้านโบราณ Civita di Bagnregio อายุเก่าแก่กว่า 2,000ปี (Unseen) สวยมากห้ามพลาด !!
  • 6
    ชมหมู่บ้าน Cinque Terre หมู่บ้านริมหน้าผา ที่สวยที่สุดในโลก (Unesco)
  • 7
    หมู่บ้าน San Gimignano หมู่บ้านที่ได้รับการยอมรับว่าสวยที่สุดในทัสคานี (Unesco)
  • 8
    เมืองเก่า Siena โบราณแห่งแคว้นทัสคานี สไตล์อิตาลี ได้รับ (Unesco)
  • 9
    ชมเมือง Sirmione เมืองสวยริมทะเลสาบกราด้า
  • 10
    ชมเมือง Milan เมืองแห่งแฟชั่นของโลก
  • 11
    ช้อปปิ้ง The Mall Outlet Luxury

HappyLongWay
ขอนำเสนอโปรแกรมทัวร์ยุโรป
ทัวร์อิตาลี อุทยานโดโลไมท์ – ทัสคานี – ซานมาริโน –ชิงเคว์ เตเร่
11 วัน 8 คืน
โดยสายการบินไทย (TG)

DAY1

สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ

  • 21.30 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูทางหมายเลข 3 เคาน์เตอร์ D สายการบินไทยพบเจ้าหน้าที่บริษัทอำนวยความสะดวกในการเช็คอิน
DAY2

กรุงโรม (อิตาลี) - Civita di Bagnoregio - ซานมาริโน

  • 00.20 น.ออกเดินทางสู่กรุงโรม (Rome)โดยเที่ยวบินที่ TG 944
  • 06.50 น. เดินทางถึงทางอากาศนานาชาติฟูมิชิโน่ กรุงโรม ประเทศอิตาลี
  • นำท่านเดินทางสู่หมู่บ้าน ซิวิตา ดิ แบนอริจิโอ ( Civita di Bagnoregio) (Unseen) หมู่บ้านเล็กๆ บนเนินเขาในแคว้นลาซิโอ ใกล้ๆกรุงโรม มีการตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่ 2,500 ปี ภายในมีบ้านเรือนที่ทำจากหินอายุหลายร้อยปี มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว  ได้รับการยอมรับว่าคือ เพชรเม็ดงามแห่งแคว้นลาซิโอ มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 100 คนเท่านั้น ยิ่งในฤดูหนาวจะมีประชากรอาศัยอยู่ไม่ถึง 20 คน นำท่านเดินชมเมือง เลือกซื้อของฝากตามอัธยาศัย  *** หมายเหตุ ทางเดินขึ้นหมู่บ้านเป็นสะพานยาว และลาดชัน ระยะทางประมาณ 700 เมตร ไม่แนะนำให้ท่านที่มีปัญหาเกี่ยวกับขา หัวเข่า เดินขึ้น หรือผู้สูงอายุ หรือวิลแชร์ **
  • จากนั้นได้เวลาที่นัดหมายนำท่านกลับลงสู่ด้านล่าง

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำท่านเดินทางสู่ ซานมารีโน (San Marino)มีชื่อเต็มๆ ว่า สาธารณรัฐซานมารีโน แต่ก็ได้รับการเรียกขานในอีกชื่อหนึ่งว่า สาธารณรัฐอันสงบสุขยิ่งซานมารีโน เป็นรัฐอิสระของประเทศอิตาลีที่มีอายุยาวนานกว่า 1,700 ปี ตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาแอเพนไนน์ ล้อมรอบไปด้วย แคว้นเอมีเลียโรมาญา และแคว้นมาร์เก ของอิตาลี ทำให้ซานมารีโน ไม่มีทางออกสู่ทะเล และเป็นรัฐอิสระที่มีขนาดเล็กมากที่สุดของโลกเป็นอันดับที่ 3 รองจากโมนาโก และนครรัฐวาติกัน

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
 
GRAND HOTEL SAN MARINO หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

DAY3

ซานมารีโน - เซียน่า

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก 

  • นำท่านเดินทางสู่ ป้อมปราการกูไอตา (Guaita Tower) เป็นป้อมปราการที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงสุดแห่งเมืองซานมาริโน เป็นมนต์เสน่ห์ของสถาปัตยกรรมโรมัน สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของด้านล่างได้อย่างชัดเจน ที่นี่ในสมัยอดีตเคยเป็นฐานทัพที่สำคัญ มีกำแพงขนาดใหญ่ล้อมรอบป้อมปราการ ส่วนกลางของหอคอยแห่งนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 11 และเปลี่ยนรูปแบบในเวลาต่อมา หอคอยแห่งนี้มีบทบาทสำคัญในช่วง ค.ศ. 1600 โดยช่วยป้องกันซานมารีโนในระหว่างสงครามที่ต่อสู่กับตระกูลมาลาเตสตาแห่งเมืองริมินิ
  • นำท่านชม มหาวิหารนักบุญมารีโน (Basilica of San Marino ) โบสถ์ที่ได้รับการนับถือมากที่สุดของซานมารีโน มีหน้าอาคารสไตล์นีโอคลาสสิกที่เด่นสะดุดตา และจัดเก็บอัฐิของบิดาผู้ก่อตั้งประเทศ มหาวิหารซานมารีโนเป็นโบสถ์ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และศาสนามากที่สุดแห่งหนึ่งของซานมารีโน ชมผลงานชิ้นเอกทางสถาปัตยกรรมที่แสดงให้เห็นพรสวรรค์ของสถาปนิกชาวเมืองโบโลญญา อันโตนิโอ แซร์รา มหาวิหารซานมารีโนมีอายุย้อนได้ถึง ค.ศ. 1825 และใช้เวลา 13 ปีในการก่อสร้าง โดยตั้งอยู่ในบริเวณของโบสถ์โบราณสมัยศตวรรษที่ 5 ลักษณะภายนอกของโบสถ์ได้รับอิทธิพลอย่างสูงจากลักษณะสถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิก เสาคอรินเทียนแปดต้นที่โดดเด่นเป็นสง่าที่หน้ามุข ทำให้เกิดภาพของวิหารโบราณ มองขึ้นไปบนเสาตรงคำจารึกภาษาละตินที่เขียนว่า Divo. Marino. Patrono. Et Libertatis. Avctori. Sen. PQ. ซึ่งแปลว่านักบุญมารินุส บิดาของประเทศ ผู้นำอิสรภาพมาสู่วุฒิสภาและประชาชน
  • ชมจัตุรัสเสรีภาพ (Piazza della Libertà) สัมผัสกับเสน่ห์ที่เชิญชวนของร้านกาแฟในเมืองได้ที่นี่
  • ชม ปาลาซโซปุบบลิโก (Palazzo Pubblico) ซึ่งเป็นศาลากลางของเมือง ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของจัตุรัส อาคารหลังนี้สร้างในปลายช่วง ค.ศ. 1900 โดยสถาปนิกจากกรุงโรม ฟรานเชสโก อัซซูรี โดยจำลองลักษณะที่ภูมิฐานของอาคารอิตาเลียนสมัยศตวรรษที่ 13 และ 14 สังเกตช่องโค้งแบบโกธิก ปราการบนดาดฟ้าและหอนาฬิกา ซึ่งประดับด้วยภาพโมเสกของนักบุญอกาตา ลีโอ และกวีรีโน

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำท่านเดินทางสู่เมือง เซียน่า (SIENA) หรือเมืองซีเอนา เมืองใหญ่อันดับ 2 ในแคว้นทัสคานี
  • นำท่านชมเมือง เซียน่า (SIENA) หรือเมืองซีเอนา เมืองใหญ่อันดับ 2 ในแคว้นทัสคานี ถือเป็นเมืองในยุคกลางที่ถือว่าเป็นเมืองคู่แข่งของเมืองฟลอเรนซ์ เมืองเซียน่ายังได้รับการยอมการประกาศเป็นเมืองมรดกโลก (Unesco) อีกด้วย เนื่องจากความเก่าแก่และความสวยงามและการอนุรักษ์ไว้อย่างดีของชาวเมืองเซียน่า
  • นำท่านเดินเข้าสู่จตุรัส เดล คัมโป (Piazza del Campo) เป็นจตุรัสใจกลางเมืองที่บ่งบอกประวัติศาสตร์ ของเมืองเซียน่าได้เป็นอย่างดี และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในจตุรัสที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป  ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญๆ จำนวนมาก
  • นำท่านเข้า ชมมหาวิหารเมืองเซียน่า (Duomo di Siena) มหาวิหารประจำเมืองเซียน่า ที่ถุกสร้างขึ้นในปี 1200  ด้วยสไตล์กอธิคและเรเนซองส์ ที่ประดับประดาตกแต่งอย่างวิจิตรอลังการและสวยงามมาก โดยเฉพาะด้านในของตัววิหารที่บอกเล่าเรื่องราวต่างๆเกี่ยวบกับเมืองเซียน่าไว้ได้อย่างสวยงามและเป็นโบสถ์ 1 ใน 5 โบสถ์ที่สวยที่สุดในประเทศอิตาล อีกด้วย จากนั้นชมเมืองเก่าเซียน่า (SIENA OLD TOWN) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียน เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ในปี 1995 (UNESCO)
  • ชมความเป็นเมืองเก่าสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการหรือยุคเรอเนสซองส์ เต็มไปด้วยอาคารต่างๆ โบสถ์ และพิพิธภัณฑ์ และสัมผัสบรรยากาศของประวัติศาสตร์และร้านค้ามากมาย เซียน่าเป็นเมืองคู่แข่งของฟลอเรนซ์ในเรื่องของศิลปะและสถาปัตยกรรม
  • นำท่านถ่ายรูปด้านนอกกับ ปาลาซโซ พับบลิโค (Palazzo Pubblico) เป็นพระราชวังที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1297 เพื่อใช้เป็นที่ทำงานของรัฐบาลเมืองเซียน่า โดยด้านข้างมีหอระฆังมานเจีย หรือ ทอร์เร เดล มานเกีย (Torre del Mangia) หอระฆังที่เก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1338 ซึ่งสมัยนั้นถือว่าเป็นสิ่งก็สร้างสูงที่สุดในอิตาลี  จากนั้นให้ท่านอิสระเดินถ่ายรูปหรือเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองของที่ระลึกตามอัธยาศัย

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
FOUR POINTS BY SHERATON HOTEL หรือระดับเทียบเท่า  4 ดาว

หมายเหตุ : โรงแรมในเมืองเซียน่ามีจำกัด หากเต็มทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการไปนอนเมืองข้างเคียง

DAY4

เซียน่า - ซาน จิมิยาโน – ปิซ่า

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก 

  • นำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองซาน จิมิยาโน (SAN GIMIGNANO) เมืองเล็กๆ ที่มี ทิวทัศน์งดงามที่สุดในแคว้นทัสคานี ตั้งอยู่บนเนินเขาที่ล้อมรอบด้วยกำแพงเมืองโบราณ เป็นเมืองแห่งสุดยอดสถาปัตยกรรมของยุคกลาง โดยเฉพาะหอคอยสูงตระหง่าน 14 หอ ที่สามารถมองเห็นได้แม้อยู่ห่างจากตัวเมืองหลายกิโลเมตร เป็นเมืองเดียวในอิตาลี่ที่สามารถอนุรักษ์สิ่งก่อสร้างและสถาปัตยกรรมยุคกลางไว้ได้อย่างครบถ้วนจนได้รับการประกาศเป็นเมืองมรดกโลกโดยองค์กร (UNESCO)
  • นำท่านถ่ายรูปกับโบสถ์ประจำเมือง (SAN GIMIGNANO DUOMO) โบสถ์หลักประจำเมืองตั้งอยู่ในจัตุรัสดูโอโม (PIAZZA DEL DUOMO) ภายในมีการตกแต่งแบบโรมาเนสก์ และมีภาพเฟรสโกตกแต่งกำแพงภายในโบสถ์ที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนา ชมภายนอกพระราชวังโปโปโล (POPOLO PALACE) อดีตเป็นที่ตั้งของศาสนา คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ทรงกระบอก 8 ชั้น สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว สูง 55.86 เมตร น้ำหนักรวม 14,500 ตัน มีบันได 293 ขั้น เอียง 3.97 องศา ยอดของหอห่างจากแนวตั้งฉากประมาณ 3.9 เมตร
  • ชม La Rocca ป้อมโบราณสมัยศตวรรษที่ 14

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำท่านเดินทางสู่เมืองปิซ่า (PISA) ซึ่งเป็นที่ตั้งของหอเอนปิซ่า 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลางอีก
  • นำท่านชม หอเอนเมืองปิซ่า (Leaning Tower of Pisa) เป็นหอระฆังสูงใหญ่ของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก เป็นหอทรงกระบอก 8 ชั้น สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว สูง 183.3 ฟุต (55.86 เมตร) น้ำหนักรวม 14,500 ตันโดยประมาณ มีบันได 293 ขั้น เอียง 3.97 องศา ยอดของหอห่างจากแนวตั้งฉาก 3.9 เมตร ซึ่งตั้งอยู่ที่จัตุรัส Piazza del Duomo เมืองปิซา เนื่องด้วยความโดดเด่นของการเอนเอียงของหอเอนปิซ่าอันเป็นเอกลักษณ์จึงทำให้ในปี ค.ศ. 1987  หอเอนปิซ่าได้ถูกประกาศให้เป็นมรดกโลก โดยนับรวมเป็นส่วนหนึ่งของ Piazza dei Miracoli นอกจากนั้นแล้วหอเอนปิซ่ายังถูกจัดให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ขอโลกในยุคกลางอีกด้วย  ความน่าสนใจอีกอย่างของหอเอนปิซาแห่งนี้คือการมาตามรอยกาลิเลโอ นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังของโลก  เนื่องจากหอระฆังแห่งนี้นั้นเคยเป็นสถานที่ที่กาลิเลโอใช้ในการทดสอบเรื่องแรงโน้มถ่วงของโลก ซึ่งในขณะนั้นเขาเรียนอยู่ที่มหาลัยปิซา โดยการทดลองนั้นทำโดยการใช้ลูกบอล 2 ลูกที่มีน้ำหนักไม่เท่ากันทิ้งลงมาเพื่อพิสูจน์สมมุติฐานเกี่ยวกับแรงโน้มถ่วงของโลก ซึ่งบอล 2 ลูกนั้นก็ได้ตกลงถึงพื้นพร้อมกันตามที่กาลิเลโอคาดการณ์ไว้นั่นเอง

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
 
ALLEGROITALIA PISA TOWER PLAZA HOTEL หรือระดับเทียบเท่า  4 ดาว (พัก 2 คืน)

DAY5

ปิซ่า - ลา สเปเซีย – นั่งรถไฟชมหมู่บ้าน ชิงเกว่ แตร์เร – ลา สเปเซีย - ปิซ่า

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก 

  • เดินทางสู่เมือง ลา สเปเซีย (La Spezia ) เมืองท่าที่เป็นประตูสู่ 5 หมู่บ้านริมทะเลที่สวยที่สุดในโลก
  • นำท่านนั่งรถไฟ สู่ เมืองชิงเกว่ แตร์เร (CINQUE TERRE) หมู่บ้านเล็กๆที่ตั้งอยู่บน ชายฝั่งริเวียร่าของอิตาลี CINQUE TERRE มีความหมายว่า ห้าดินแดน(FIVE LANDS) ประกอบด้วยหมู่บ้าน 5 แห่งได้แก่ VERNAZZA,MANAROL, RIOMAGGIORE , CORNIGLIA. MONTEROSSO AL MARE โดยทั้งห้าหมู่บ้านนี้มีหุบเขาล้อมรอบประกอบกันเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติฯ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ด้วย (UNESCO)
  • นำท่านชมหมู่บ้าน RIOMAGGIORE ,VERNAZZA ,MANAROL คือ 3 หมู่บ้านที่สวยที่สุดใน 5 หมู่บ้าน

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • ได้เวลานำท่านเดินทางกลับสู่โรงแรมที่พัก

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
ALLEGROITALIA PISA TOWER PLAZA HOTEL หรือระดับเทียบเท่า  4 ดาว

DAY6

ปิซ่า - ลุคคา - The Mall Outlet Luxury - เมสเตร้

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก 

  • นำท่านเดินทางสู่เมือง ลุคกา (Lucca)  เมืองโบราณเล็กๆที่มีประวัติศาสตร์กว่า 1,000ปี โดยมีกำแพงเมืองโอบรอบที่สร้างขึ้นอายุกว่า 400 ปี เพื่อป้องกันข้าศึกเข้ามาลุกลาน ท่านจะได้สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งเมืองลุคกาเมืองเล็กๆ ที่แสนอบอุ่นแต่ยังคงความสมบูรณ์ของยุคกลางไว้อย่างสมบูรณ์
  • นำท่านชม โบสถ์ ซาน มิเคเล่ (San Michele in Foro) โบสถ์เก่าแก่อายุกว่าร้อยปี ที่สร้างด้วยหินสีเทา เขียว ชมพู ผสมผสานกันอย่างลงตัว รังสรรค์ผลงานโดยศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนามของ ปุชชินี่ (Giacomo Puccini)
  • นำท่านเดินทางสู่ THE MALL OUTLET LUXURY   เอาท์เลตจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนมราคาถูก ถือเป็น outlet ดีอันดับต้นๆ ของยุโรป มีแบรนด์เนมหลากหลายยี่ห้อให้ท่านได้เลือก  อาทิ เช่น GUCCI , PRADA ,BOTTEGA VENETA , BURBERRY, VALENTINO, VERSACE , TOD’S  เป็นต้น

 ทางบริษัทคืนท่าน 30 Eur  ให้ท่านเลือกรับประทานอาหารตามอัธยาศัย  

  • อิสระให้ท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย  จนได้เวลานัดหมาย
  • ได้เวลาเดินทางสู่ออกสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แคว้นเวเนโต้ สู่เมืองเมสเตร้ (Mestre)

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน

NH VENEZIA LAGUNA PALACE HOTEL MESTRE  หรือระดับเทียบเท่า  4 ดาว

DAY7

เมสเตร้ - อุทยานโดโลไมท์ – ทะเลสาบมิซูลิน่า - คอร์ติน่า ดอมปาสโซ่ - Ra Gusela

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก 

  • นำท่านเดินทางสู่อุทยานแห่งชาติในเขตเทือกเขา โดโลไมท์ ( Dolomites ) สถานที่ท่องเที่ยวที่คนไทยรู้จักน้อยมาก แต่ความสวยงามของโดโลโมท์เป็นที่เลื่องลื่อซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติเพียงแห่งเดียวของอิตาลี ที่องค์กรยูเนสโกรับรองให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ  (Unesco) โดโลไมท์เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอลป์ ที่พาดผ่านตอนเหนือของของประเทศอิตาลี หรืออิตาเลี่ยนแอลป์ เทือกเขาโดโลไมท์มียอดเขาที่มีลักษณะประหลาดเป็นกรวยสูงตระหง่าน ยอดแหลมชันราวซี่ฟันเลื่อยหรือฟันปลาไม่เหมือนยอดเขาอื่นใด ภูมิประเทศน่ามหัศจรรย์แห่งนี้เมื่อกว่า 500 ล้านปี เคยเป็นแนวปะการังใต้ท้องทะเลมาก่อน
  • นำท่านเดินทางสู่ที่ตั้งทะเลสาบ มิซูลิน่า (MISURINA LAKE) ทะเลสาบที่หลบซ่อนตัวในหุบเขา ที่ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งในโดโลไมท์  นำท่านเดินเล่นชมวิวทะเลสาบเก็บภาพสุดความประทับใจ

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำท่านเดินทางสู่เส้นทาง Passo di Giau
  • นำท่านถ่ายรูปกับ Ra Gusela  ภูเขารูปทรงพีระมิด เหนือทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ อิสระให้ท่านถ่ายรูปตามอัธยาศัย
  • นำท่านเดินทางสู่เมือง คอร์ติน่า ดอมปาสโซ่ (CORTINA D’AMPEZZO)เมืองสกีรีสอร์ทที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติเทือกเขาโดโลไมท์ (DOLOMITE) คอร์ติน่า ดอมปาสโซ่ สกีรีสอร์ท BEST OF THE ALPS เพียงแห่งเดียวของอิตาลีที่ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 10 สกีรีสอร์ทที่ดีที่สุดในโลก เคยใช้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวในปี 1956 และเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ เจมส์ บอนด์ 007 ตอน FOR YOUR EYE ONLY เมืองนี้อยู่สูงจากน้ำทะเล 1,219 เมตร ได้รับการขนานนามว่าเป็น ไข่มุกแห่งเทือกเขาโดโลไมท์ เป็นสถานที่ตากอากาศตลอดปีของชนชั้นสูงและบรรดาหนุ่มสาว ที่ไม่ได้มาเพียงเพื่อเล่นสกีเท่านั้น แต่ในหน้าร้อนมักนิยมท่องเที่ยวแบบ HIKING ปีนเขาชมทิวทัศน์ที่มีชื่อเสียง อิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมืองเลือกซื้อของที่ระลึก

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
BOUTIQUE VILLA BLU CORTINA D’AMPEZZO หรือเทียบเท่า 4 ดาว

DAY8

คอร์ติน่า – ทะเลสาบเบรียส - วาลด์ เด ฟุเน่ - ออร์ติเซ่

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก 

  • นำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบเบรียส ( Lake Braies ) หรือ (Pragser Wildsee) ทะเลสาบที่ได้ขึ้นชื่อว่าไข่มุกแห่งโดโลไมต์ ตั้งอยู่ในหุบเขาโดโลไมต์ และยังได้เป็นส่วนหนึ่งใน มรดกโลก (Unseco) อีกด้วย ด้วยความโดดเด่นของสีน้ำเขียวมรกตและมีความใสมาก บวกกับธรรมชาติรอบๆ ทั้งทิวต้นสนและทิวภูเขาของเทือกเขาโดโลไมต์  ทำให้ทะเลสาบแห่งนี้งดงามยิ่งนัก ให้ท่านอิสระถ่ายรูปตามอัธยาศัย
  • นำท่านเดินทางสู่ชุมชน Val di funes หรือ Villnöß ชุมชนเล็กๆทางภาคตะวันตกของอุทยานโดโลไมต์ประกอบไปด้วยหมู่บ้านเล็กๆ 6 หมู่บ้าน โดยมีชื่อเสียงจากการมีวิวทิวทัศน์ที่สวยที่ในเขต South Tyrol อิสระให้ท่านเก็บภาพความประทับใจ

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำท่านเก็บภาพความประทับใจของหมุ่บ้าน Val di Funnes
  • นำท่าถ่ายรุปกับโบสถ์ San Giovanni โบสถ์เล็กๆ ล้อมรอบไปด้วยต้นสนและ ยอดเขาแหลมของเทือกเขาโดโลไมต์ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ในโดโลไมต์ที่ถูกถ่ายภาพเป็นอันดับต้นๆ เลยที่เดียว
  • นำท่านเก็บภาพความประทับใจอีกนึงสถานที่  ณ โบสถ์ Santa Maddalena  โบสถ์ที่ถือเป็นสถานที่ไฮไลต์ทที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุดในอุทยานโดโลไมต์ (การเดินขึ้นไปเก็บภาพความประทับใจนี้ ท่านจะต้องเดินขึ้นเนินประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อไปเก็บภาพ)
  • นำท่านเดินทางเข้าสู่เมือง ออร์ติเซ่ (Ortisei)  เมืองแห่งศูนย์กลางของการท่องเที่ยวในแถบอุทยานโดโลไมท์ ที่อยู่ในหุบเขา มีเทือกเขาล้อมรอบสวยงามยิ่งนัก

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
GENZIANA ORTISEI HOTEL หรือรrะดับเทียบเท่า 4 ดาว

หมายเหตุ : โรงแรมออร์ติเซ่ มีจำนวนจำกัด หากเต็มทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไปนอนเมืองใกล้เคียง

DAY9

ออร์ติเซ่ - ซิร์มิโอเน่ - มิลาน - ดูโอโม่ - ช้อปปิ้ง

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก 

  • นำท่านเดินทางสู่เมือง ซิร์มิโอเน่ (Sirmione) เป็นเมือง Unseen  ของอิตาลี เป็นเมืองเก่าแก่ มีอายุมากกว่า 2,000 ปี เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อว่าสวยงามและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุด ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่เป็นแหลมยื่นเข้าไปในทะเลสาบการ์ด้า (Garda Lake)
  • นำท่านล่องเรือทะเลสาบการ์ด้า ชมความสวยงามของวิวทิวทัศน์ ของทะเลสาบ ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืด ที่เกิดจากน้ำแข็งละลายจากเทือกเขาแอลป์ ดังนั้นซีร์มิโอเน่จึงถูกล้อมรอบด้วยทะเลสาบทั้งสองด้าน และถึงแม้ซีร์มิโอเน่จะเป็นแค่เมืองเล็กๆ แต่ก็มีเสน่ห์ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี นอกจากซีร์มิโอเน่ จะมีชื่อเสียงเรื่องซากปรักหักพังตั้งแต่สมัยยุคโรมัน สิ่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงไม่แพ้กันคือน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ผุดขึ้นมาจากใต้ทะเลสาบ ถูกค้นพบโดยชาวโรมันตั้งแต่เมื่อ 2,000 ปีที่ผ่านมา เชื่อกันว่าเป็นน้ำพุร้อนที่มีอุณหูมิถึง 69 องศาเซลเซียสและอุดมไปด้วยแร่ธาตุกำมะถัน ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่สำคัญในการใช้รักษาโรคของชาวโรมันในสมัยนั้น

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำท่านเดินทางสู่เมือง มิลาน (MILAN) เมืองสำคัญในภาคเหนือของประเทศอิตาลี ตั้งอยู่ในแคว้นที่ราบลอมบาร์ดีเป็น เมืองที่มีชื่อเสียงในด้านแฟชั่นและศิลปะ ซึ่งมิลานถูกจัดให้เป็นเมืองแฟชั่นในลักษณะเดียวกับ นิวยอร์ก ปารีส ลอนดอน และ โรม
  • นำท่านเดินทางเข้าสู่ลานจตุรัสบริเวณ มหาวิหารแห่งมิลานหรือมิลานดูโอโม (DUOMO) สัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของเมืองซึ่งมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร สร้างขึ้นด้วย หินอ่อนสีขาวในศิลปะแบบโกธิคใช้เวลาสร้างนานกว่า 500 ปีปัจจุบันเป็นโบสถ์แคธอล์ลิกที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกและเป็นมหาวิหารใหญ่อันดับ 4 ของโลก สูง 157 เมตรกว้าง 92 เมตรเริ่มสร้างในปีค.ศ. 1386 ใช้เวลาก่อสร้าง นานถึง 500 ปีชมความงดงามยอดปราสาทที่มีปลายยอดแหลมกว่า 135 ยอด
  • อิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมือง หรือว่าเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนม  สินค้าพื้นเมือง หรือของที่ระลึกต่างๆ ตามอัธยาศัย

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารไทย
DOUBLE TREE BY HILTON MILAN HOTEL หรือระดับเทียบเท่า  4 ดาว

DAY10

มิลาน - สนามบิน

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก 

  • ให้ทุกท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยจนได้เวลาอันสมควรนำท่านออกเดินทางสู่สนามบินเมืองมิลาน เพื่อทำการเช็คอินและทำ   TAX REFUND
  • 13.55 น.ออกเดินสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG941
DAY11

สนามบินสุวรรณภูมิ – กรุงเทพมหานคร

  • 05.55 น.  เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร โดยสวัสดิภาพ


แชร์ให้เพื่อน