อุดรธานี – เลย 4 วัน 3 คืน


Tour Recommend, Tour by HappyLongway

รายละเอียดโปรแกรมทัวร์-อุดรธานี – เลย 4 วัน 3 คืน

รหัสทัวร์ : อุดรธานี - เลย 4 วัน 3 คืน
ระยะเวลา 4 วัน 3 คืน
สายการบิน : THAI SMILE (WE)

กำหนดการเดินทาง

รอบที่ วันเดินทาง ราคา
1 21 ม.ค. 64 - 24 ม.ค. 64 เริ่มต้น 18,900.- บาท
2 18 ก.พ. 64 - 21 ก.พ. 64 เริ่มต้น 18,900.- บาท
3 18 มี.ค. 64 - 21 มี.ค. 64 เริ่มต้น 18,900.- บาท

สถานที่สำคัญ

  • 1
    ภูป่าเปาะ "ฟูจิเมืองเลย" ภูเขาสูงปลายยอดตัดราบบนภู ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับภูเขาไฟฟูจิยามา ที่ประเทศญี่ปุ่น
  • 2
    จุดชมวิวโฮมสเตย์บ้านไฮตากแลนด์ มองเห็นวิวทิวทัศน์ได้ 180 องศา
  • 3
    สักการะ พระกริ่งปวเรศ ณ วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง ที่มีความโดดเด่นในเรื่องของการออกแบบของตัวอาคารที่สดงาม
  • 4
    สกายวอล์คเชียงคาน ทางเดินพื้นกระจก 2 เมตร ความยาว 80 เมตร แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของเชียงคาน
  • 5
    เลือกซื้อของกิน ของที่ระลึก ณ ถนนคนเดินเชียงคาน
  • 6
    ชม "ทะเลหมอกภูทอก" จุดชมทะเลหมอกสุดงดงามแห่งเชียงคาน
  • 7
    บ้านนาป่าหนาด หมู่บ้านของคนเชื้อสายไทดำ สัมผัสวิถึชีวิต และ วัฒนธรรม
  • 8
    พิพิธภัณฑ์ไทดำ จัดแสดงประวัติ เรื่องราวและเครื่องใช้ของชาวไทดำ
  • 9
    วัดป่าภูก้อน พระวิหารที่สวยงาม Unseen ท่ามกลางหุบเขา
  • 10
    ชมทะเลดอกไม้ ณ ทะเลบัวแดง

HappyLongWay
ขอนำเสนอโปรแกรมทัวร์ทั่วไทย
เลย – อุดรธานี
ภูเรือ – เชียงคาน – สกายวอล์ค – วัดป่าภูก้อน – ทะเลบัวแดง 4 วัน 3 คืน
โดยสายการไทยสมายล์ (WE)

“ เลย เมืองแห่งทะเลภูเขา สัมผัสชีวิตที่เรียบง่าย เมืองเล็กๆริมแม่น้ำโขง ณ เชียงคาน Check in แลนด์มาร์คใหม่ สกายวอล์คเชียงคาน สักการะวัดสวย Unseen ท่ามกลางขุนเขา วัดป่าภูก้อน ถ่ายรูปสุดชิค กับทุ่งดอกไม้กลางทะเลสาบ ณ ทะเลบัวแดง  ”

DAY1

สนามบินสุวรรณภูมิ – กรุงเทพฯ – เลย - ภูป่าเปาะ - ภูเรือ

  • 09.00 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 สายการบินไทยสมายล์ พบเจ้าหน้าที่บริษัทอำนวยความสะดวกในการเช็คอิน
  • 11.15 น. ออกเดินทางสู่จังหวัดเลย  โดยสายการบินไทยสมายล์ เที่ยวบินที่ WE52
  • 12.25 น. เดินทางถึงสนามบินเลย
  • นำทุกท่านรับประทานอาหารกลางวัน

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ภูป่าเปาะ  คำว่า ภูป่าเปาะ นั้นมาจากภูเขาที่มีป่าไผ่เปาะ ไผ่เปาะ เป็นไผ่ชนิดหนึ่งที่ขึ้นได้ทั่วไปตามภูเขายังสามารถพบได้ทุกๆ อำเภอ ของจังหวัดเลย ลักษณะของ ไผ่เปาะนั้น เป็นไผ่ที่เปาะแตกหักง่าย และนี่คือที่มาของคำว่า ภูป่าเปาะ ส่วนที่เป็นจุดเด่น และเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว ก็คือ การได้ขึ้นไปชมบรรยากาศ และมองเห็นยอดของ ภูหอ มีลักษณะเป็นภูเขาสูงปลายยอดตัดราบบนภู ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับภูเขาไฟฟูจิยามา ที่ประเทศญี่ปุ่น จึงเรียกกันว่า “ฟูจิเมืองเลย” ภูหอ เป็นภูเขาที่มีลักษณะเด่นอย่างที่กล่าวมาแล้วนั้น และยังเป็นสัญลักษณ์ของ ตำบลภูหอ อำเภอภูหลวงอีกด้วย เพราะภูหอลูกนี้ตั้งอยู่ในเขต ตำบลหอภู อำเภอภูหลวง จังหวัดเลย ภูป่าเปาะ นั้นมีความน่าสนใจ คือ มีจุดชมวิว ที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 900  เมตร สามารถมองเห็นภูหอ ซึ่งเป็นทางด้าน อำเภอภูหลวง หรือที่เรียกว่า “ฟูจิเมืองเลย” โดยส่วนจุดชมวิวของ ภูป่าเปาะ นั้น จะมีทั้งหมด 4 จุด ซึ่งแต่ละจุดจะห่างกันประมาณ 200 เมตร ส่วนจุดยอดบนสุดสามารถมองเห็นวิวได้ 360 องศา คือสามารถมองภูเขาได้รอบทิศทาง ซึ่งเป็นความน่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก ไม่รู้จะอธิบายยังไงต้องไปดูไปชมด้วยตัวเองแล้วละจร้า จุดบนสุดนี้สามารถชมพระอาทิตย์ได้ทั้งขึ้นและตกในจุดๆเดียว คือสามารถไปเช้า หรือเย็นก็ได้ชมบรรยากาศที่น่าประทับใจได้เช่นกัน

  • นำท่านเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติภูเรือ  มีลักษณะภูมิประเทศเป็นทิวเขาสูงสลับซับซ้อนประกอบด้วย เขาหินทรายเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนั้นเป็นหินแกรนิตสลับกันไป ลักษณะเช่นนี้จึงทำให้มีที่ราบสูงสลับกับ ยอดเขาสูงทั่วไป มียอดเขาสูงที่สุดคือ ยอดภูเรือ มีความสูงถึง 1,365 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ยังมียอดเขาที่สำคัญ คือ ยอดเขาภูสัน มีความสูง 1,035 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง และยอดภูกุ มีความสูง 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ลักษณะเช่นนี้เองจึงเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญก่อให้เกิดลำธารหลายสาย เช่น ห้วยน้ำด่าน ห้วยบง ห้วยเถียงนา ห้วยทรายขาว ห้วยติ้ว และห้วยไผ่ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของน้ำตกห้วยไผ่ที่สวยงามแห่งหนึ่ง

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารของโรงแรม

ภูเรือ แซงค์ฌัวรี รีสอร์ท แอนด์ สปา หรือระดับเทียบเท่า

DAY2

ภูเรือ – บ้านไฮตากแลนด์ - วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง - เชียงคาน - สกายวอล์ค - ถนนคนเดิน

  • 05.30 น. คณะพร้อมกัน ณ ล๊อบบี้ของโรงแรม จากนั้นนำท่านชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ ยอดภูเรือ เป็นจุดที่สูงที่สุดในอุทยานฯ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,365 เมตร บริเวณโดยรอบเป็นลานหินที่มีทุ่งหญ้าขึ้นแซมสลับกับป่าสน มีทั้งสนสองใบที่ขึ้นตามธรรมชาติและสนสามใบที่เป็นสนปลูก จากจุดนี้ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสนักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นแม่น้ำเหืองและแม่น้ำโขงที่กั้นพรมแดนระหว่างไทย-ลาวได้ นอกจากนี้ยังมีจุดที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น ถ้ำหินแตก หินค้างหม้อ หินวัวนอน หินพานขันหมาก หินพระศิวะ สวนหินเต่า ซึ่งหินเหล่านี้มีรูปร่างตามชื่อเรียก ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าช่วงปลายฝนต้นหนาวมีดอกไม้เล็กๆขึ้นอยู่ทั่วไปน่าชมมาก นอกจากนี้ท่านยังสามารถสักการะ พระพุทธนาวาบรรพต บนยอดภูเรือ เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวภูเรือ ได้อัญเชิญมาจากวัดพระญาติ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อปี พ.ศ.2520 นำมาประดิษฐานที่ยอดอุทยานแห่งชาติภูเรือ เพื่อความเป็นสิริมงคล แก่ชาวภูเรือ

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก

  • นำท่านเดินทางสู่ จุดชมวิวโฮมสเตย์บ้านไฮตากแลนด์ ซึ่งอยู่บริเวณรอบๆวัดโพธิ์ชัย บ้านไฮตาก ซึ่งจุดชมวิวแห่งนี้สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้ 180 องศา ซึ่งจุดนี้สามารถมองเห็นพื้นที่ต่างๆ วิวภูเขาของจังหวัดเลย ได้หลายอำเภอ ได้แก่ อำเภอภูเรือ อำเภอด่านซ้าย อำเภอนาแห้ว และอำเภอท่าลี่ และสามารถมองเห็นพื้นที่ที่เป็นภูเขาสูง ในแขวงไชยบุรีของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งในยามเย็น จะเห็นพระอาทิตย์ทอแสงอัสดง ค่อยๆ หมดไป สีสันสวยงาม ซึ่งจุดนี้ ยังสามารถมองเห็นภูเขาแหลมสองลูกตั้งอยู่คู่กัน มองดูคล้ายกับหน้าอกของหญิงสาว ชาวบ้านจึงเรียกว่า “ภูนมสาว”ของ สปป.ลาว

  • นำท่านเดินทางไปสักการะพระกริ่งปวเรศ  ณ วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง เป็นพระอารามที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีได้ทรงพระราชทานเงินซื้อ ที่ดินสร้างวัดนี้ บนยอดเขาประดิษฐาน องค์พระพุทธรูปปางหมอยา เป็นพระพุทธรูปลักษณะนั่งขัดสมาธิราบ เหมือนปางมารวิชัย แต่พระหัตถ์เบื้องซ้ายถือหม้อน้ำมนต์ ประทับขัดสมาธิเพชรบนฐานบัวคว่ำบัวหงาย พระพุทธเจ้าไภสัชยาคุรุไวฑูรยประภา จอมแพทย์ (พระกริ่งปวเรศ) บรรจุองค์พระบรมสารีริกธาตุเพื่อบรรจุไว้ที่องค์พระปฏิมากรนี้ ตัวอาคารมีสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม และประติมากรรมที่งดงามยิ่ง หลังคาที่ผสมผสานความงามสไตล์ไม้สนซีดาร์ ผลิตมาจาก Fiber Cement ที่ใช้นวัตกรรมขั้นสูง น้ำหนักเบา งดงาม โบสถ์วิหารงานไม้สลักอลังการ พระนอน พระวิหาร นาคหัวบันได แกะจากหินหยกแม่น้ำโขงจากประเทศพม่า แท่งตันๆ สวยงาม สำหรับวัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมืองมีความโดดเด่นในเรื่องของการออกแบบของตัวอาคารที่มีสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม และงานประติมากรรมที่มีละเอียดเป็นอย่างมาก โดยตัวโบสถ์วิหารถูกสร้างด้วยไม้สักที่ถูกนำมาแกะสลักไว้อย่างวิจิตรบรรจงทั้งหลังซึ่งสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวที่ได้ขึ้นไปสักการะเป็นอย่างมาก สำหรับพระนอน พระวิหาร นาคหัวบันได ก็ถูกแกะสลักมาจากหินหยกแม่น้ำโขง อีกด้วย

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

  • นำท่านเดินทางสู่ อำเภอเชียงคาน จ.เลย เมืองเล็กๆ ริมแม่น้ำโขงสุดชายแดนไทย เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดเลย ที่คงยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรม ขนบประเพณี การใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย พอเพียง วิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ซึ่งหาดูยากในปัจจุบัน
  • นำท่านเดินทางสู่ สกายวอล์คเชียงคาน มีความสูงกว่าระดับแม่น้ำโขง 80 เมตร หรือเท่ากับตึก 30 ชั้น มีทางเดินพื้นกระจก 2 เมตร ความยาว 80 เมตร มองเห็นแม่น้ำเหืองที่ไหลผ่านมาบรรจบแม่น้ำโขง ที่กั้นพรมแดนไทย-ลาว และมีพระใหญ่ภูคกงิ้ว เป็นพระพุทธรูปปางลีลาประทานพร สูงกว่า 19 เมตร อยู่ใกล้บริเวณสกายวอล์คเชียงคานอีกด้วย

  • จากนั้นอิสระท่านเดินเล่น ณ ถนนคนเดินเชียงคาน ตลอดแนวถนนชายโขง ตั้งแต่ซอย 5 จนถึงซอย 20 ตอนสี่โมงเย็นจนถึงประมาณสี่ทุ่มของทุกๆวัน เรียกว่าเป็นสีสันยามเย็นของเชียงคานได้ดีเลยทีเดียว ถนนทางเดินทอดยาว ทั้งสองข้างทางขายของทั้งของกิน ของที่ระลึกตลอดแนวทางเดิน จะมีพ่อค้าแม่ขายมาตั้งร้านค้าทั้งของกิน ของใช้และของที่ระลึกกิ๊บเก๋ ให้คุณๆ ได้ช็อปติดไม้ติดมือไปเป็นของฝาก

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

THE ROYAL CHIANGKHAN BOUTIQUE HOTEL หรือระดับเทียบเท่า

DAY3

เชียงคาน - ชมวิวภูทอก – ศูนย์วัฒนธรรมของชาวไทดำ – อุดรธานี – วัดป่าภูก้อน

  • 05.00 น. คณะพร้อมกัน ณ ล๊อบบี้ของโรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางโดยรถสองแถว สู่ “ภูทอก” จุดชมทะเลหมอกสุดงดงามแห่งเชียงคาน ภูทอก จุดชมวิวทะเลหมอกที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเชียงคาน มีลักษณะเป็นภูเขาสูง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง บนยอดภูเป็นที่ตั้งของสถานีโทรคมนาคมเชียงคาน และเป็นจุดชมวิวทิวทิวทัศน์ที่สวยงามของอำเภอเชียงคานและลำน้ำโขงได้โดยรอบ
  • จนกระทั่งได้เวลาพอสมควร นำท่านเดินทางสู่ที่พัก

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก 

  • นำท่านเดินทางสู่ บ้านนาป่าหนาด เป็นหมู่บ้านของคนเชื้อสายไทดำที่บรรพบุรุษถูกกวาดต้อนมาจากเมืองพวนเมื่อครั้งไทยยกทัพปราบฮ่อในปี พ.ศ. 2418 เนื่องจากฮ่อยกกำลังมาตีเมืองเชียงขวาง ซึ่งเป็นเมืองสำคัญของแคว้นพวน ทางกรุงเทพฯ ได้จัดทัพให้พระยาภูธราภัยเป็นแม่ทัพคุมกองทัพไปปราบฮ่อ แล้วได้กวาดต้อนผู้คนจากแคว้นพวนอพยพเข้ามาไทยด้วย ชาวไทดำที่ถูกกวาดต้อนในครั้งนั้นเข้ามาตั้งรกรากหลายแห่งด้วยกัน หมู่บ้านวัฒนธรรมไทดำ บ้านนาป่าหนาด ต.เขาแก้ว อ.เชียงคาน จ.เลย ก่อตั้งขึ้นโดยลูกหลาน ของไทดำโดยแท้ คือ ดร.เพชรตะบอง ไพศูนย์ ผู้อำนวยการ การศึกษานอกโรงเรียน จ.เลย ร่วมกับชาวบ้านเชียงคาน จัดตั้งขึ้น เมื่อปี 2539 จากนั้นจดทะเบียน “สมาคมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทดำเลย” โดยมีนายกร ไพศูนย์ เป็นประธานและเป็นวิทยากรประจำ ชาวไทดำ มีภาษาเป็นเอกลักษณ์ประจำถิ่นคือ ภาษาไทดำ และภาษาเลย มีตัวอักษรไทดำที่ยังอนุรักษ์ เก็บบันทึกเป็นหลักฐานไว้ ที่เรียกชื่อว่า ไทดำ เพราะนิยมสวมเสื้อผ้าสีดำ ซึ่งสีดำที่ใช้ย้อมสีเสื้อผ้ามาจากต้นห้อมหรือต้นคราม โดยเป็นแหล่งรวบรวมสิ่งของ เครื่องใช้ที่เป็นภูมิปัญญาของชาวไทดำ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางการรวมกลุ่มของชาวบ้านในการทำงานด้านหัตถกรรม ซึ่งหลักๆ ก็จะทำการทอผ้าด้วยวิธีแบบเดิม และดัดแปลงตัดผ้าเป็นผ้าคลุม ผ้าถุง เสื้อ ไว้สำหรับขายให้นักท่องเที่ยว จากนั้นนำท่านชม บ้านพิพิธภัณฑ์ไทดำ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเรื่องราว และเก็บรักษาอุปกรณ์เครื่องใช้ของชาวไทดำที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ จัดแสดงให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวชม จุดเด่นของที่นี่ก็คือ ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งนาเขียวขจี มีฉากหลังเป็นภูเขาสวยงามลงตัวทีเดียว

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

  • นำท่านเดินทางสู่ วัดป่าภูก้อน ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่านายูงและป่าน้ำโสม ท้องที่บ้านนาคำ ตำบลบ้านก้อง อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี อันเป็นรอยต่อแผ่นดิน 3 จังหวัด คือ อุดรธานี เลย และหนองคาย เกิดขึ้นจากพุทธบริษัท ที่ตระหนักถึงคุณประโยชน์ของธรรมชาติและป่าต้นน้ำลำธาร ซึ่งกำลังถูกทำลาย และเพื่อตามรอยพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการรักษาความสมบูรณ์ของป่าไม้ต้นน้ำลำธาร สัตว์ป่า และพรรณไม้นานาพันธุ์ ให้เป็นมรดกของลูกหลานไทยคู่กับแผ่นดินไทย วัดป่าภูก้อน จะเป็นสถานที่ที่สงบเหมาะแก่การบำเพ็ญภาวนาของพระสายกรรมฐาน พระวิหารที่สวยงามสะดุดตาของวัดป่าภูก้อน ได้รับออกแบบวิศวกรรมโครงสร้าง องค์พระพุทธรูปหินอ่อน พระวิหาร ศาลาราย และอาคารรอบลานเขา โดยพระวิหารมีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์สมัยรัตนโกสินทร์ มีประตูทางเข้าออกวิหาร 3 ด้าน ภายในถูกตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา แฝงไปด้วยเรื่องราวคำสอนของพระพุทธเจ้า รอบผนังภายในวิหารตกแต่งอย่างสวยงามด้วย ภาพพุทธประวัติและภาพทศชาติ ตกแต่งเป็นภาพปั้นนูนต่ำหล่อด้วยทองแดงจำนวน 22 ช่อง ซึ่งเป็นภาพของพระพุทธเจ้าในองค์ชาติต่างๆ 10 ชาติ เป็นการสื่อความหมายถึงการสั่งสมบารมีด้วยความพรากเพียร และความเสียสละของพระองค์ในทุกๆชาติ โดยด้านบนของทุกภาพ แกะสลักบทสวดอิติปิโสช่องละท่อนด้วยสีเขียวเข้มบนหินอ่อนขาวถือเป็นผนังพระวิหารที่มีเสน่ห์และเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ภายในวัดมีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุ ในพระเกศพระร่วงโรจน์ศรีบูรพา ซึ่งเป็นประธานประดิษฐานหน้าองค์พระปฐมรัตนบูรพาจารย์มหาเจดีย์ มีพระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี  พระพุทธไสยาสน์หินอ่อนสีขาว ความยาว 20 เมตร สร้างด้วยหินอ่อนจากประเทศอิตาลี ที่นำมาเรียงซ้อนกันถึง 42 ก้อน   ซึ่งเป็นหินขาวอ่อนที่มีความสวยงามและทนทานมากที่สุด ใช้ระยะเวลาในการสร้างถึง 6 ปี สร้างขึ้นเนื่องในโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ 84 พรรษา ในปี 2554 คณะพุทธบริษัทวัดป่าภูก้อนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน จึงมีการจัดสร้างพระพุทธไสยาสน์องค์นี้ขึ้น ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ทางพุทธศิลป์แห่งรัชกาลที่ 9

  • นอกจากพระวิหารและพระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนีที่เป็นจุดเด่นของวัดป่าภูก้อนแล้ว ยังมี พระปฐมรัตนบูรพาจารย์มหาเจดีย์ ที่อยู่ในอาณาบริเวณเดียวกันถัดมาทางด้านล่างก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และรูปปั้นหินอ่อนของเหล่าเกจิอาจารย์ชื่อดังของประเทศไทย ซึ่งมีศิษยานุศิษย์อยู่มากมาย โดยนักท่องเที่ยวจะต้องเดินทางขึ้นบันไดยาวเพื่อเข้ามายังเจดีย์เพื่อเข้าไปสักการะบูชา แม้จะสร้างขึ้นได้ไม่นานแต่ที่นี่ถูกยกให้เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนชาวอีสานอีกหนึ่งแห่ง จนกระทั่งได้เวลาพอสมควร

  • นำท่านเดินทางสู่เมืองอุดรธานี

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
DE PRINCESS HOTEL UDON THANI หรือระดับเทียบเท่า

DAY4

อุดรธานี – ทะเลบัวแดง - ศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน - สวนแบงค์เบญจมาศคาเฟ่ - กรุงเทพฯ

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก 

  • นำท่านเดินทางสู่ ทะเลบัวแดง บึงหนองหานกุมภวาปี แหล่งน้ำธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ไป ด้วย พันธุ์ปลา พันธุ์นก และพืชน้ำ จำนวนมาก มีนกอย่างน้อย 74 ชนิด และพืชน้ำอีกอย่างน้อย 15 ชนิด โดยเฉพาะ บัวแดง หรือบัวสาย ที่จะพร้อมใจกันบานสะพรั่งในช่วงฤดูหนาวของทุกปีอีกด้วย ในช่วงเดือนตุลาคม-เดือนมีนาคม ดอกบัวแดงในบึงหนองหานซึ่งมีจำนวนมากจะงอกงามโผล่จากน้ำขึ้นมา โดยเริ่มจากเดือนตุลาคมบัวเริ่มแตกใบ และเริ่มออกดอกตูมและบานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บัวจะออกดอกมีปริมาณมากที่สุดในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการชมทะเลบัวแดง คือตั้งแต่เวลา 05.00-09.00 น. (เนื่องจากอากาศร้อนจะทำให้บัวหุบเร็วขึ้น) นำท่าน นั่งเรือล่องบึงหนองหาน ชมความงดงามของบัวแดงอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งได้เวลาพอสมควร นำท่านเดินทางกลับสู่เมืองอุดรธานี

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

  • นำท่านเดินทางสู่ ศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอุดรธานี บริเวณเดียวกันกับศาลเจ้าปู่ย่า สถานที่ตกแต่งโดยจำลองบรรยากาศแบบจีน เหมือนยกเมืองจีนมาไว้ใจกลางอุดร โดยสร้างขึ้นเพื่อเชิดชูองค์เจ้าปู่เจ้าย่า ที่เป็นที่เคารพและศรัทธาของชาวอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียง อีกทั้งเป็นแหล่งในการสืบสานวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของชาวจีนที่อพยพจากประเทศจีนมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในจังหวัดอุดรธานี  เป็นสถานที่สงบ เย็นสบาย เเละสวยงามมาก เมื่อด้านเข้ามาบริเวณด้านหน้าจะพบกับสระน้ำขนาดเล็กที่มีฝูงปลาคราฟสีสวยงามแหวกว่าย บรรยากาศร่มรื่นเหมาะแก่การท่องเที่ยวและพักผ่อน  มีมุมให้ถ่ายรูปหลายมุม =,รูปปั้นหินอ่อนสีหยกขาว ที่แกะสลักหินอ่อนเป็นรูปท่านมหาปราชญ์“ขงจื่อ” ตั้งโดดเด่นริมสระน้ำ  ซึ่งเป็นหินที่นำมาจากเมืองชวีฟู่ มณฑลซานตง สาธารณรัฐประชาชนจีน บ้านเกิดของมหาปราชญ์ขงจื่อ มอบให้ศูนย์วัฒนธรรมไทย – จีน อุดรธานี

  • นำท่านเดินทางสู่ สวนแบงค์เบญจมาศคาเฟ่ แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดอุดรธานี สถานที่และบรรยากาศสุดชิว ท่ามกลางพื้นที่การปลูกดอกไม้กว่า50ไร่ แปลงดอกไม้ส่วนใหญ่เป็นต้นเบญจมาศ ดาวเรือง มะลิ คัตเตอร์ (พีค็อก) มัม หงอนไก่ ดอกพุด ซึ่งเรียงยาวกันเป็นแถวไกลสุดลูกหูลูกตา ให้ท่านได้ชมความสวยงามและเก็บภาพบรรยากาศสวยดอกไม้ตามอัธยาศัย

  • จนกระทั่งได้เวลาพอสมควร นำท่านออกเดินทางสู่สนามบินอุดรธานี
  • 19.20 น. ออกเดินสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทยสมายล์ เที่ยวบินที่ WE9
  • 20.25 น.  เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ…..


แชร์ให้เพื่อน